ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Mitsubishi
เปิดกลุ่มไว้เป็นช่องทางสำรองให้แล้ว อย่าลืมแอ๊ดเข้ากลุ่มกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/MitsubishiTritonClub/

ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

ผู้เขียน หัวข้อ: สินเชื่อรถแลกเงิน ฟรีค่าจัด รถไม่ต้องจอด ปิดเล่มพร้อมรับส่วนลดดอกเบี้ย 50%  (อ่าน 27332 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

 นายอุดมกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องติดไว้ที่รถยนต์ใหม่ทุกคัน
ก่อนส่งรถยนต์คันนั้นไปยังผู้จำหน่ายรถยนต์ในเครือข่ายหรือดีลเลอร์ (Dealer) หรือสถานที่จัดแสดงรถยนต์
หรือสถานที่จำหน่ายรถยนต์ อย่างไรก็ตามจะยกเว้นให้กับรถยนต์ตกรุ่นหรือรถยนต์ค้างสต๊อก หมายถึงรถยนต์รุ่นที่ผลิตในประเทศได้
ยุติสายการผลิต หรือรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 58 ไม่จำเป็นต้องติด

     ป้ายแสดงข้อมูลอีโคสติ๊กเกอร์จะประกอบด้วยข้อมูลคุณลักษณะ คุณสมบัติ และสมรรถนะของรถยนต์ตามมาตรฐานสากลของ
สหประชาชาติ (United Nation-UN) ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยประเทศภาคีสมาชิก UN WP29
และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม


ดังนั้น เมื่อเห็นอีโคสติ๊กเกอร์ ติดบนรถยนต์คันที่ซื้อ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ารถยนต์คันนั้นไม่ใช่รถยนต์ตกรุ่นหรือรถยนต์ค้างสต๊อก
อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าสมรรถนะต่างๆ ของรถยนต์ที่ปรากฏบนอีโคสติ๊กเกอร์ เช่น อัตราการใช้น้ำมันอ้างอิง (หน่วย ลิตรต่อ 100 กม.)
และระดับความปลอดภัยของรถยนต์ ได้แก่ มาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าของตัวรถ
มาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านข้าง และมาตรฐานด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ
 (Active Safety) เป็นต้น ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานมีความน่าเชื่อถือ

     นายอุดมกล่าวว่า นอกจากนี้เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปในการเข้าถึงการแสดงข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
ตามแนวทางประกาศฉบับนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดเปิดตัวเว็บไซต์ www.car.go.th
ในช่วงเดือนธันวาคมนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอีโคสติ๊กเกอร์ รายละเอียดและสมรรถนะจริงของรถยนต์แต่ละคันให้กับ
ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป รวมถึงการแสดงข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันแท้จริงของรถยนต์แต่ละรุ่นที่อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
สามารถนำไปเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ได้





ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถวิ่งอืด กินน้ำมัน ไส้กรองตัน! คุณแก้ได้

ไส้กรองอากาศ (Air Filter) มีหน้าที่สำคัญในการดักฝุ่นละอองจากอากาศไม่ให้เข้าไปในห้องเครื่อง
อากาศที่สะอาดจะทำให้กระบวนการสันดาปของเครื่องยนต์เป็นไปอย่างสมบูรณ์ หากมีฝุ่นละอองเข้าไปในห้องเครื่อง
จะทำให้รถคุณวิ่งช้าลงเนื่องจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และอายุการใช้งานเครื่องยนต์สั้นลง

เราควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 10,000 กิโลเมตร หรือควรถอดออกมาทำความสะอาด ทุกๆ 2,000-5,000 กิโลเมตร
โดยขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น ถ้าขับรถยนต์อยู่ในเมืองเป็นประจำ หรือใช้งานในเส้นทางที่มีฝุ่นมาก
ก็ควรทำความสะอาดบ่อยครั้งกว่า เรามีวิธีทำความสะอาด และเปลี่ยนในแบบง่ายๆที่คุณเองก็ทำได้



วิธีทำความสะอาดไส้กรองอากาศ

เปิดฝากระโปงรถ
แกะคริปที่ฝาครอบกรองอากาศ
แกะฝาครอบกลองอากาศออก (ฝาไส้กรองอากาศจะอยู่ด้านบนของเครื่องยนต์ ซ้าย – ขวา แล้วแต่รุ่นรถ)
ค่อยๆใช้มือจับไส้กรองดึงออกมา
เป่าฝุ่นไส้กรองอากาศจากด้านในออกไปด้านนอก จนกว่าไม่เห็นละอองฝุ่น
ใส่ไส้กรองอากาศกลับเข้าที่เดิม


ขั้นตอนเปลี่ยนไส้กรองอากาศ

เตรียมไส้กรองอากาศใหม่ (ตามรุ่นรถที่ใช้)
เปิดฝากระโปรงรถออก
แกะคริปที่ฝาครอบกรองอากาศ
แกะฝาครอบกลองอากาศออก
ดึงไส้กรองอากาศเก่าออกมา (สังเกตแผ่นกรองอากาศ มีคราบสกปรกหนาแน่น)
นำไส้กรองอากาศใหม่มาใส่แทน
ปิดฝาครอบ (เสร็จสิ้นขั้นตอน)
เพียงคุณทำตามขั้นตอนที่แนะนำ รถที่เจอปัญหาวิ่งอืดและกินน้ำมันจะหายไป อย่าลืมว่าอุปกรณ์และชิ้นส่วนรถยนต์มี
อายุการใช้งานต้องบำรุงรักษา หากปล่อยปะละเลยคุณอาจต้องเสีย ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ แพงกว่าเดิมคิดแล้วได้ไม่คุ้มเสีย




ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ขั้นตอนการถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้

1.    เตรียมน้ำมันเกียร์ ออโต้ ต้องเป็นสเปคเดิมเท่านั้น ลองเช็กที่ (คู่มือรถ)
2.    ใช้แม่แรงยกรถให้เอียงเล็กน้อย จะทำให้น้ำมันเกียร์ถ่ายออกมามากขึ้น
3.    ภาชนะที่รองรับน้ำมันเกียร์ (ควรหาแกลลอนที่มีตัวเลข บอกปริมาณน้ำมันที่ถ่ายออกมาได้) เพราะต้องใส่น้ำมันเกียร์ของใหม่กลับไปเท่าของเดิม
4.    ไขน็อตออกใช้ประแจเบอร์ 14
5.    รอน้ำมันเกียร์ไหลออก จากนั้นไขน็อตกลับเข้าที่เดิม
6.    เติมน้ำมันเกียร์ ในปริมาณที่เท่ากับน้ำมันเก่าที่ถ่ายออกมา

     คำเตือน : หากไม่ใช้น้ำมันเกียร์เหมือนสเปคเดิมจะไปสร้างปัญหาให้กับระบบเกียร์ของคุณ เพราะหากน้ำมันเกียร์ไม่สามารถเข้ากับน้ำมันเก่าได้ อาจเกิดปัญหาถึงขั้นเกียร์พังได้

 


ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
แก้ปัญหารถเก่า ข้อเสนอที่ต้องรอบคอบ

ถือเป็นช่องว่างของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ยังหาทางแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีไม่ได้ สำหรับการจัดการปัญหารถเก่าหมดสภาพที่ยังคงวิ่งอยู่บนท้องถนนในปัจจุบันนี้

ที่ผ่านมาในช่วง 1-2 ปี ก่อนหน้านี้เคยมีผู้นำเสนอโครงการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ อาทิ รถยนต์ที่มีอายุเกิน 7-10 ปี ห้ามนำเข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ หากนำเข้ามาวิ่งจะต้องเสียภาษีเทียบเท่ารถใหม่ แต่เรื่องราวดังกล่าวดูเหมือนจะเงียบหายไป จนล่าสุดมีผู้มองเห็นถึงปัญหาดังกล่าวและมีแนวคิดในการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ มีการมองแบบตั้งความหวังกันว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อาจจะเป็นผู้ยื่นมือเข้ามาจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างจริงจัง ด้วยความเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจการปกครองแบบพิเศษ พร้อมแนวทางการวางรากฐานที่ต้องการปฏิรูปประเทศให้มีความมั่นคงในระยะยาว

ขณะที่มาตรการควบคุมรถยนต์เก่านั้นจะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์เกิดความหมุนเวียนได้อย่างสมดุล รวมถึงการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) อีกด้วย ซึ่งผู้ที่มองเห็นปัญหาดังกล่าวนั้นอยากให้รัฐบาลลองพิจารณาการปรับอัตราการเก็บภาษีรถยนต์เก่าให้สูงขึ้น พร้อมทั้งออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ที่นำรถยนต์เก่าเปลี่ยนเป็นรถยนต์ใหม่เพื่อให้เป็นระบบสอดรับกัน.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/390488





ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ปิดจ๊อบ "รถคันแรก" คาดตลาดยังซึมต่ออีก 1 ปี

ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ปิดโครงการไปเมื่อ
วันที่ 30 ก.ย. 2558 เพื่อให้สามารถตัดยอดปิดงบประมาณที่คั่งค้างกันมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2554
ได้ โดยครั้งนั้น ครม.ได้อนุมัติหลักการและแนวทางการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์
ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554-31 ธ.ค. 2555 เพื่อเป็นการเดินตามนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้หาเสียงไว้
แต่ช่วงปลายปี 2554 เกิดอุทกภัยใหญ่ทำให้ไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ทันวันสิ้นสุดโครงการ จึงได้มีการต่ออายุโครงการดังกล่าวออกไป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต ระบุถึงข้อมูลโครงการรถยนต์คันแรกจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2558 ว่า ตั้งแต่ดำเนินโครงการมี
ผู้ได้รับสิทธิทั้งสิ้น 1,234,986 ราย คิดเป็นเงิน 91,140 ล้านบาท จากจำนวนผู้ขอใช้สิทธิทั้งสิ้น 1,259,113 ราย
คิดเป็นเงิน 92,812 ล้านบาท โดยมีการส่งมอบรถยนต์แล้ว 1,123,451 ราย และเหลือผู้ยังไม่รับมอบรถยนต์อีก 111,535 ราย
หรือ 9.03% ของจำนวนผู้ได้รับสิทธิ

อย่างไรก็ตาม ได้มีการทำแบบสำรวจโดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 10,289 ราย มีผู้ไม่ประสงค์ขอใช้สิทธิ 7,620 ราย
ซึ่งระยะหลังมีผู้ยื่นขอใช้สิทธิยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมลดจำนวนลง จึงสมควรกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการรับมอบรถยนต์....

อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/391464





ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถนำเข้าอิสระหนาว กรมศุลฯเมินข้อเสนอ

สมาคมฯ เกรย์มาร์เก็ตสยอง กรมศุลฯ เมิน หนังสือยื่นขอทบทวนปรับภาษีนำเข้ารถ

นายอภิชาติ สมรพิทักษ์กุล กรรมการบริหารบริษัท เอเอ็มจีออโต้ ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) ในฐานะนายกสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่าย
รถยนต์ใหม่ เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ายื่นหนังสือถึง นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรเพื่อให้ทบทวนปรับโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
นำเข้าในปัจจุบัน แต่ไม่มีการตอบรับ หรือพิจารณาใดๆ ท่าทีดังกล่าวอาจกระทบเกรย์มาร์เก็ตอย่างรุนแรงทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวได้ระบุถึง การขอ
พิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ให้ลงอยู่ในระดับเริ่มต้นที่ 100% และสูงสุดที่ 200% จากปัจจุบันเริ่มต้นที่ 187% และสูงสุดที่ 300%
 รวมถึงวิธีคำนวณภาษีใหม่ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน พร้อมเวลามีผลบังคับใช้ให้เหมาะสมอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกฎข้อบังคับจัดเก็บภาษีรถยนต์
นำเข้าเป็นการคิดในลักษณะเดียวกับเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่เหมาะกับปัจจุบัน

นอกจากนั้น สมาคมฯ มองว่าเกรย์มาร์เก็ตโดนแข่งขันไม่เป็นธรรมกับบริษัทนำเข้าเป็นทางการที่ใช้สิทธิอาเซียน ไม่เสียภาษีนำเข้า 80%

น.ส.สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ กล่าวว่า
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกรย์มาร์เก็ตจากการปรับวิธีคำนวณภาษีนำเข้ารถยนต์ใหม่จะทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นราว 20%

ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

รถแข่งดุส่งท้ายปี ผู้ผลิตอัดโปรโมชั่นดันยอด

ตลาดรถโค้งสุดท้ายคาดผู้ประกอบการโหมโปรโมชั่นฟื้นยอดขาย


นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ใน 3 ไตรมาสแรกของปียังไม่ดีเท่าที่ควร แต่เริ่มมีสัญญาณบวกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา ส่งผลให้ทั้งปีคาดว่าตลาดจะติดลบลดลงเหลือ 12% จากปัจจุบันติดลบ 15% โดยเชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะใช้งานมหกรรมยานยนต์เป็นเวทีในการแข่งขันโปรโมชั่น เพื่อผลักดันยอดขายให้ถึงเป้าหมายในช่วงสุดท้ายของปี

สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้คาดว่ารถกระบะจะมียอดขายดีขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ซื้อก่อนปรับราคาขึ้นประมาณ 5% จากการปรับภาษีรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลในปี 2559 ส่วนเป้ายอดจองในงานตั้งไว้ที่ 5 หมื่นคัน สูงขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 42,254 คัน

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย กล่าวถึงกรณีมาตรการกระตุ้นอสังหาริม ทรัพย์ยังไม่เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าจะส่งผลกระทบกับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 33 ที่จะเริ่มในวันที่ 8 ต.ค.นี้ เพราะขาดมาตรการมาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่าน ครม. แต่ขั้นตอนประกาศจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน จะยิ่งทำให้เกิดการชะลอโอนเพื่อรอมาตรการ.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/392327



ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
5 เทคนิคขับรถประหยัดง่ายๆ เห็นผลทันตา ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม....
แม้ว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันจะมีราคาถูกลงจนหลายคนยิ้มแก้มปริเวลาเติมน้ำมัน แต่ 5 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันที่นำมาฝากในครั้งนี้ ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าคุณเพิ่มขึ้นไปอีก แถมยังเริ่มได้ทันที ไม่ต้องซื้อน้ำยาหรืออุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมันให้เสียเงินเปล่าอีกด้วย
5 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันง่ายๆ มีดังนี้
1. ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม
เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนใช้วิธีตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เย็นจัดทิ้งไว้ แล้วปรับความแรงลมเพียงอย่างเดียว อากาศร้อนก็เปิดแรงหน่อย อากาศเย็นก็ปรับให้เบาลง ซึ่งวิธีนี้เป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะฉุดกำลังเครื่องมากกว่าปกติ ทางที่ดีควรปรับอุณหภูมิแต่พอดีๆ ถ้าเป็นระบบดิจิตอลก็อาจปรับไว้ที่ 23-25 องศาก็น่าจะพอแล้ว (ยกเว้นถ้าอากาศร้อนจริงๆก็ไม่เป็นไร)




ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

2. ใส่เกียร์ว่างเมื่อรถติด
ข้อนี้เหมาะมากถ้าต้องขับรถผ่านเส้นทางที่รถติดเป็นประจำ หากรถติดมากๆ ไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย ให้ใช้วิธีเข้าเกียร์ว่าง (N) แทนที่จะเข้าเกียร์เดินหน้า (D) ทิ้งไว้ ซึ่งวิธีเราเคยทดลองให้ดูกันไปแล้ว ช่วยเซฟน้ำมันได้เห็นๆเลยทีเดียว แถมไม่ต้องเมื่อยขาเนื่องจากต้องคอยเหยียบเบรกค้างไว้ด้วย
3. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ตรงตามกำหนด
รู้หรือไม่ว่า รถที่เพิ่งเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้น จะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ารถที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นระยะเวลานานๆ ดังนั้น เจ้าของรถจึงควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร แม้ว่าจะพ้นระยะรับประกัน 1 แสนกิโลเมตรแล้วก็ตามครับ
4. ออกตัวไม่ต้องรีบ
ช่วงเวลาที่รถจะกินน้ำมันมากที่สุด ก็คือขณะเร่งเครื่องนั้นเอง ยิ่งเหยียบคันเร่งมาก ก็จะยิ่งกินน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงควรเร่งออกตัวด้วยความเร็วแต่พอดี ไม่ต้องรีบจี้ตามคันหน้าหรอกครับ ซึ่งโดยปกติการเร่งเครื่องให้เกียร์ตัดที่ความเร็วรอบประมาณ 2,000 - 2,500 รอบต่อนาที ก็เพียงพอกับการขับขี่โดยทั่วไปแล้ว
5. ใช้ความเร็วที่เหมาะสม
การขับขี่เป็นระยะทางไกลๆ อย่างการขับขี่ออกต่างจังหวัดนั้น ความเร็วมีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างเห็นได้ชัด หากใช้ความเร็วสูง ก็จะกินน้ำมันมากขึ้น ในทางกลับกัน หากใช้ความเร็วต่ำเกินไป ก็อาจส่งผลให้กินน้ำมันด้วยเช่นกัน เนื่องจากเกียร์ไม่ถูกตัดไปยังเกียร์สูงสุดนั่นเอง ดังนั้น หากไม่เร่งรีบนัก ก็ให้ใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 90-110 กม./ชม. ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่งครับ
นี่แหละครับเทคนิคประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆที่เรานำมาฝากกัน ลองฝึกปฏิบัติให้กลายเป็นนิสัย รับรองว่าช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นแน่นอนครับ

ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ตรวจเช็ก “โช้คอัพ” รถยนต์ให้เกาะถนน

“โช้คอัพ” เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ คอยหน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของช่วงล่าง-ตัวถัง ช่วยการทรงตัวของรถยนต์ และดูดซับการสั่นของสปริงทำให้การรถเด้ง ขึ้น-ลง ของรถยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ลองมาดูกันว่าโช้คอัพที่คุณใช้เป็นแบบไหน และอาการรถเช่นไรถึงต้องเปลี่ยนโช้คอัพ

 โช้คอัพมีอยู่ 2 ระบบ

     1.โช้คอัพระบบ “น้ำมัน”

     เป็นการทำงานด้วยระบบไฮดรอลิค ในขณะที่ทำงานน้ำมันไฮดรอลิคจะไหลผ่านวาล์วภายในลูกสูบ มีการควบคุมวาล์วอยู่ 3 ระดับ โดยการทำงานของวาล์วจังหวะแรก BLEED จะมีผลต่อการขับขี่โดยเฉพาะในอัตราความเร็วต่ำ ส่วนวาล์วควบคุมน้ำมันระดับที่สอง BLOW OFF จะควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ในอัตราความเร็วปกติ และวาล์วควบคุมน้ำมันระดับที่สาม ORIFICE วาล์วจะทำงานในขณะแกนโช้คเคลื่อนตัวในขณะที่รถใช้ความเร็วสูง

     2.โช้คอัพระบบ “แก๊ส”

     โช้คอัพแก๊สแรงดันต่ำ (LOW-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER) โช้คอัพแก๊สแบบนี้ จะมีลักษณะเหมือนโช้คอัพไฮดรอลิคทั่วๆไป แต่มีแก๊สไนโตรเจน (NITROGEN GAS) บรรจุเข้าไปส่วนบนของห้องน้ำมันสำรองแรงดันประมาณ 142 - 213 ปอนด์/ ตารางนิ้ว

     โช้คอัพแก๊สแรงดันสูง (HI-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER) มีลักษณะต่างจากโช้คอัพแรงดันต่ำคือ โครงสร้างภายในตัวของโช้คอัพจะมีน้ำมันเพียงห้องเดียวไม่มีห้องน้ำมันสำรอง ภายในกระบอกสูบจะบรรจุน้ำมันไฮดรอลิคไว้ด้านบน และจะอัดแก๊สไนโตรเจนไว้ด้านล่าง ประมาณ 284-427 ปอนด์/ ตารางนิ้ว

      อาการรถแบบไหนต้องเปลี่ยนโช้คอัพ
     1. ซีลน้ำมันโช้คอัพรั่ว (จะมีน้ำมันไหลออกมา)
     2. โช้คอัพ คด งอ ผิดรูปทรง
     3. รถเด้งกระด้างกว่าปกติ
     4. โช้คมีอาการโยนตัวมาก หลังจากตกหลุม
     5. โช้คอัพเสื่อมสภาพ (ใช้งานเกิน 100,000 กิโลเมตร หรือ 5 ปี)



     เรื่องโช้คอัพอาจดูซีเรียสแต่ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจ โช้คทั้ง 2 แบบมี ข้อดี/ข้อเสีย แตกต่างกันไปรวมถึงงบประมาณค่าใช้จ่าย ปกติโช้คอัพรถยนต์ที่ติดมากับรถวิศวกรได้คำนวณออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะรถแต่ละรุ่นแล้ว หากไม่ได้เสียหายหรือหมดอายุการใช้งานก็ใช้โช้คเดิมนั่นแหละไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 

ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ตลาดรถมือ2 ปรับขึ้นปีหน้าเหตุยึดรถยาก
รถมือสองขึ้นราคาปีหน้า เหตุยึดรถยากขึ้น ส่งผลให้รถเข้าสู่ระบบลดลง
นายวิสุทธิ์ เหมพรรณไพเราะ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่า จากนโยบายความเข้มงวดในการทวงหนี้จะ ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ที่เข้าสู่ตลาดรถมือสองลดลง จึงคาดว่าในปี 2559 ราคารถยนต์มือสองในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลดลงกว่า 15-20% โดยได้รับผล กระทบจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก และเริ่มกลับมาปกติปีนี้
ทั้งนี้ จากการสำรวจลานประมูลรถยนต์ต่างๆ พบว่า เริ่มมีปริมาณการประมูลลดลง และเกิดการเก็งกำไรจากผู้ประกอบการรถยนต์มือสองบ้างแล้ว โดยสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ได้เริ่มทยอยนำรถที่ถูกยึดระบายเข้าสู่ลานประมูลไปจำนวนมากในช่วงทยอยนำรถที่ถูกยึดระบายเข้าสู่ลานประมูลไปจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา จึงส่งผลให้เกิดการขาดตลาดของรถยนต์ที่เข้าสู่ระบบรถมือสอง
"การดีดตัวของราคารถมือสองในปีหน้าจะขึ้นมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของการขาดตลาดรถยนต์ที่เข้าสู่ระบบ" นายวิสุทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์มือสองยังเข้มงวดมากขึ้นด้วย จากเดิมมีความเข้มงวดมากกว่ารถยนต์ใหม่อยู่แล้ว ดังนั้นล่าสุดสมาคมจึงร่วมมือกับสถาบันการเงิน โอริโก้ จากประเทศญี่ปุ่น ที่มาลงทุนในประเทศไทยด้วยเม็ดเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ในการเป็นผู้พิจารณาสินเชื่อหลักที่มีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าสำหรับสมาชิกสมาคม
สำหรับตลาดรถยนต์มือสองช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.5-4 แสนคัน/ปี จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัท 4,000 รายทั่วประเทศ ส่วนสมาชิกสมาคมมี 200 ราย คาดว่าในปีนี้จะมียอดขายรวมอยู่ที่ 7.2 หมื่นคัน และคาดว่าปี 2559 จะเติบโต 20%
ที่มา : posttoday 04 ธันวาคม 2558....


ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หักปากกาเซียน ภาษีใหม่ไม่กระตุ้นซื้อรถ
ปิดฉากลงแล้วสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 (มอเตอร์ เอ็กซ์โป) ที่ในปีนี้ยอดจองอาจไม่ได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสามารถทำได้เพียง 39,125 หมื่นคัน สำหรับรถยนต์จากเป้าหมายที่วางไว้ที่ 5 หมื่นคัน หรือลดลง 7.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยอดจองอยู่ที่ 42,254 คัน ส่วนยอดจองรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 5,749 คัน หรือเพิ่มขึ้น 111.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 2,718 คัน ขณะที่ทั้งงานมีเม็ดเงินสะพัดรวมได้มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท มีผู้เข้าร่วมชมงานอยู่ที่ 1,476,936 คน เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อนอยู่ที่ 1,384,182 คน
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล ในฐานะผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 (มอเตอร์ เอ็กซ์โป) กล่าวว่า สาเหตุที่ยอดจองรถยนต์ภายในงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์มาจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงาน แต่เกิดการไม่รับจองภายในงานจึงทำให้ยอดไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/newspaper/business/404983


ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
“พี่ใหญ่“ ตบไฟเตือน หมายความว่าไง?
ช่วงนี้หลายคนชอบขับรถทางไกลเพื่อท่องเที่ยว หากใครมีเหตุจำเป็นต้องขับรถตอนกลางคืน และต้องขับเจอกับรถสิบล้อหรือรถพ่วงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะขับตามหรือขับสวน หลายคันมักจะเจอสัญญาณไฟจากรถบรรทุกในรูปแบบต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความหมาย ยานยนต์
"มติชน" จึงรวบรวมสัญลักษณ์การเปิดไฟในรูปแบบต่างๆ และความหมายมาฝากกัน ถือว่ามีประโยชน์มาก โดยเฉพาะหากคุณไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยทางด้านหน้าเพราะถูกบัง การดูจากสัญลักษณ์ไฟต่างๆ จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น ได้แก่
1.เปิดไฟเลี้ยวขวา แล้วไม่ได้ชะลอเพื่อเตรียมจะเลี้ยวขวา ต้องการบอกว่าอย่าเพิ่งแซง อาจจะมีรถสวนมาในระยะอันตราย หากเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวขวา ให้ระมัดระวังมากๆ
2.เปิดไฟเลี้ยวซ้าย แล้วชิดลงไหล่ทาง กรณีนี้โดยมากจะพบบ่อยบนถนนสองเลน ต้องการบอกว่าไม่มีรถสวนมา หรือมีรถสวนแต่อาจจะอยู่ไกล ให้เราแซงไปทางขวา แต่เมื่อคุณจะเริ่มขึ้นแซง ก็ต้องดูจังหวะให้ดี เพราะบางครั้งรถที่กำลังสวนมาอาจวิ่งมาด้วยความเร็วสูง รถบรรทุกอาจกะระยะพลาดได้ รวมทั้งถ้าเขาเปิดไฟเลี้ยวซ้ายอยู่เลนปกติและชะลอความเร็ว แสดงว่ารถบรรทุกกำลังจะเลี้ยวซ้าย ก็ต้องดูให้ดีเช่นกันว่าจะแซงได้หรือไม่
3.เปิดไฟเลี้ยวซ้ายสลับขวาถี่ๆ หลายครั้งขับตามรถบรรทุก จะพบว่าคันเปิดไฟเลี้ยวสลับซ้ายขวา โดยมากจะเกิดขึ้นตอนรถบรรทุกคันหน้าเบรก เป็นการเตือนว่าเบรกกะทันหัน ที่สำคัญยังห้ามไม่ให้คุณแซงขึ้นหน้า เพราะอาจมีอุบัติเหตุข้างหน้า หรือมีด่านตรวจข้างหน้า
4.บีบแตร ขณะแซงขึ้นตีคู่ ไม่ต้องตกใจหรือมีอารมณ์โกรธ เพราะถือว่าเป็นการทักทายตามมารยาท เราอาจจะบีบแตรคืน 1 ที แสดงการขอบคุณ และเขาอาจจะบีบซ้ำมาอีกที แต่ก็ไม่ต้องบีบตอบแล้ว เพราะเป็นการทักทายเฉยๆ ขืนบีบแตรตอบกันไปมาไม่หยุด เดี๋ยวงานเข้า เพราะจากการทักทายจะกลายเป็นการท้าทาย
5.กรณีขับสวนกันแล้วเห็นกะพริบไฟ อาจจะทีเดียวหรือกะพริบต่อเนื่อง แสดงว่าข้างหน้ามีด่านตรวจ โดยมากด่านอยู่ด้านไหนจะบอกสัญญาณไฟเลี้ยวเป็นบริการเสริมเข้ามา เช่น ถ้าสวนรถบรรทุกแล้วเปิดไฟขวา หมายความว่าด่านอยู่ทางซ้ายเรา แต่ปัจจุบันมักจะกะพริบไฟ 1 ที เป็นอันรู้กันว่ามีด่านข้างหน้า เตรียมลดความเร็วปรึกษาข้อราชการจากพี่ตำรวจได้เลย
6.รถบรรทุกขับสวนมาดับแล้วเปิดไฟหน้า เตือนว่าอาจจะมีอุบัติเหตุด้านหน้าเรา ส่วนมากสัญญาณนี้จะถูกทำขึ้นในระยะไม่เกิน 500 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ต้องระวังให้มาก หรืออาจจะกะพริบไฟ 3 ที ในเวลากลางวันเพื่อส่งสัญญาณก็เคยมี
7.รถบรรทุกคันที่ 2 ขับตามรถคันหน้าที่กำลังสวนมา แล้วคันที่ 2 กะพริบไฟ ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะหมายความว่าคันที่ 2 กำลังจะขอแซงคันหน้าที่กำลังสวนรถเรามา ถ้าเราเห็นแล้วเห็นว่าไม่สามารถหลบได้ ให้กะพริบไฟหรือบีบแตรตอบ เพื่อไม่ให้เขาออก แต่ถ้าคุณเห็นแล้วนิ่งเฉย ส่วนมาก "พี่ใหญ่" รถบรรทุกจะเบนหัวออกมาทันที หากเป็นเช่นนั้น คุณทำได้เพียงอย่างเดียวคือหลบให้เขาไปให้พ้น เหตุการณ์นี้ต้องระวังให้มาก
ที่มา : นสพ.มติชน



ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ภาษีใหม่ซัดเกรย์มาร์เก็ตชะลอ
เกรย์มาร์เก็ตกระทบ 3 เด้ง ทั้งโครงสร้างภาษีใหม่ อัตราแลกเปลี่ยน ภาษีขายปลีก
นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์รามคำแหงกรุ๊ป (บีอาร์จี) ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์นำเข้าอิสระในปีหน้าจะได้รับผลกระทบจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่ส่งผลต่อการขึ้นราคา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผันผวนสูง และการปรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากราคาขายปลีก
ทั้งนี้ ยกตัวอย่างการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2559 คาดว่าจะส่งผลให้รถยนต์รุ่นโตโยต้า อัลฟาร์ด และโตโยต้า เวลไฟร์ เครื่องยนต์ไฮบริดจากประเทศญี่ปุ่นอาจปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 2.5 แสนบาท/คัน แต่ก็มีรถที่ราคาปรับลงมาด้วยคือ ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่น เครื่องยนต์ดีเซลและไฮบริดที่เดิมมีการเสียภาษีนำเข้าสูงสุด 328% ลดลงเหลือ 240%
จากปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดรวมชะลอตัวลง ขณะที่บริษัทเองมียอดขายรวมบริษัท 11 เดือน ของปีนี้อยู่ที่ 420 คัน ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยทั้งปีนี้คาดว่าจะปิดตัวเลขอยู่ที่ 550 คัน เท่าปีก่อนเช่นกัน ซึ่งบริษัทได้เพิ่มความถี่จัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
posttoday 23 พฤศจิกายน 2558 เวลา 07:15 น..... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/401092


ออฟไลน์ d-credit

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1235
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ดีเครดิต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เมินผลิตรถตุนไม่คุ้มภาษีใหม่
ส.อ.ท.ยัน ผู้ผลิตรถไม่เร่งสต๊อกรถ รับภาษีใหม่ปีหน้า เหตุต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 2-3%
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2559 จะทำให้รถกระบะ รถพีพีวี และรถยนต์นั่งขนาดใหญ่มีราคาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3% เนื่องจากโครงสร้างของภาษีใหม่จะคิดจากราคาหน้าโรงงาน แต่การที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะผลิตเพื่อตุนให้ได้ราคาเดิมนั้นทำได้บางกรณี เพราะผู้ผลิตมีต้นทุนและต้องบริหารสต๊อกแตกต่างกัน แต่ ส่วนใหญ่จะต้องขายรถให้ได้ไม่เกิน 15 วัน
“การเร่งผลิตเพื่อตุนสต๊อกนั้น ทำได้แค่บางกรณีเท่านั้น อย่างในช่วงปลายปีอาจจะมีการตุนเล็กน้อยเพื่อนำไปขายในต้นปีหน้า ซึ่งจะบริหารกำไรได้ดีกว่า แต่จะไม่ตุนล่วงหน้าจำนวนมากเหมือนโครงการรถยนต์คันแรกที่บรรดาค่ายรถต่างๆ เร่งผลิตจำนวนมาก เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางการขายในช่วงเวลานั้น” นายสุรพงษ์ กล่าว
ด้าน นายธนวัฒน์ คุ้มสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของโลก โดยในปี 2555 อยู่ที่อันดับ 9 มีกำลังการผลิต 2.4 ล้านคัน ปี 2557 ผลิตเกือบ 2 ล้านคัน ส่งออก 1.1 ล้านคัน ขายในประเทศ 8.81 แสนคัน ส่วนปีนี้ขายในประเทศอยู่ที่ 7.5-8 แสนคัน ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านคัน เนื่องจากความต้องการของยุโรปและสหรัฐอเมริกายังมีอยู่สูง
ทั้งนี้ สมาคมเตรียมจัดประชุม OICA GENERAL ASSEMBLY 2015 ซึ่งเป็นการประชุมประจำปี 38 ประเทศ จัดขึ้นในไทย วันที่ 21-23 ต.ค.นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศต่างๆ ซึ่งไฮไลต์การประชุม คือการบรรยายหัวข้อ The ASEAN region, its auto industry and free trade agreements การประชุมหัวข้อนี้จะมีสมาชิกร่วม 24 ประเทศ ส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/393758


Tags: