ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Mitsubishi
เปิดกลุ่มไว้เป็นช่องทางสำรองให้แล้ว อย่าลืมแอ๊ดเข้ากลุ่มกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/MitsubishiTritonClub/

ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - tiresbidonline

หน้า: [1]
1

 สวัสดีครับวันนี้ จอร์จ อยากจะมาแนะนำเรื่องยางให้กับหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องยางเลย และกำลังมีแผนจะเปลี่ยนยางใหม่เร็วๆนี้ โดยวิธีเลือกซื้อยางนั้นควรต้องเลือกจากอะไรบ้าง โดยวันนี้ จอร์จ จะมาแนะนำเรื่องที่สำคัญที่สุดของยางกันเลยทีเดียวนั้นคือเรื่องไซส์ยาง ซึ่งจริงๆแล้วยางทุกเส้นมีตัวเลขระบุไว้บริเวณด้านข้างยางหรือเรียกว่าแก้มยาง ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแต่เพื่อนๆชาว ไทร์บิด ทั้งหลายอาจจะไม่รู้และไม่เข้าใจว่าตัวเลขแต่ละตัวนั้นมีความหมายว่าอย่างไรบ้างเพราะบนแก้มยางมีตัวเลขตัวอักษรเยอะมาก ดังนั้นเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ

 ภาพด้านบนเพื่อนๆชาวไทร์บิด จะสามารถสังเกตุเห็นได้จากแก้มยางว่าจะมีตัวเลขเรียงกันแปลกๆอยู่ อย่างในรูป 195/60R15 82S ซึ่งตัวเลขนี้และที่บอกถึงไซส์ยางว่ายางที่ใช้อยู่นั้นเป็นขนาดไหน มีขอบกระทะเท่าไหร่ การรับนำหนักของยาง และ ความเร็วที่ยางรับได้สูงสูด

                เรามาลงรายละเอียดลึกๆกันอีกสักหน่อยดีกว่าครับ เพราะรถเก๋ง รถกระบะ รถอ๊อฟโรด ก็มีลักษณะการเรียงตัวเลข และ มีอักษรบางตัวที่มีความหมายแตกต่างกันอยู่เหมือนกัน

 จอร์จ จะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆชาว ไทร์บิด ได้เข้าใจสักหนึ่งตัวอย่างโดยจอร์จเลือกประเภท รถยนต์สี่ที่นั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่มีการใช้งานบนท้องถนนในเมืองเยอะมากที่สุดครับ โดยสมมติว่าที่แก้มยางมีตัวเลขแบบนี่ระบุ คือเลข 195/55R15 88 H TL  โดยความหมายมีตัวเลขแต่ละตัวมีดังนี่ครับ

                195 = หน้ายางกว้าง 195 มิลลิเมตร

                55  = แก้มยาง มีความหนาเป็น 55% ของหน้ายางหรือบางที่จะเรียกเป็นซีรี่ย์ 55

                 R   = ยางเรเดียล (ยางเรเดียลคือยางประเภทหนึ่งที่โครงสร้างทำจากเส้นลวด)

                15  =  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของกระทะคือ 15 นิ้ว

                88 = อัตราการรับน้ำหนักยางต่อเส้นโดย 88 รับน้ำหนักได้ 560 กิโลกรัม/เส้น (ตัวเลขอื่นๆศึกษาจากตารางด้านล่างได้ครับมีค่อนข้างละเอียดครอบคลุม)

                H = อัตราความเร็วสูงสุด ที่ยางสามารถรับได้ H เท่ากับความเร็วสูงสุดที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ตัวอักษรอื่นๆดูได้จากตารางด้านล่างครับ)

                TL คือ ประเภทยางที่ไม่ใช้ยางใน ( ซึ่งจริงๆแล้วยางที่ใช้ยางในเป็นยางสมัยก่อนซึ่งเดี่ยวนี้ในรถยนต์นั่ง ไม่มีแล้วเป็นประเภทที่ไม่ใช้ยางในครับ)

จากที่ได้อธิบายไป ชาวไทร์บิด น่าจะเข้าใจในเรื่องตัวเลขที่อยู่บนแก้มยางมากขึ้น เวลาไปเลือกซื้อยาง แต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่น ก็น่าจะเลือกยางที่เหมาะกับรถของเราได้ง่ายขึ้นไม่ผิดแปลกไปจากยางเดิมที่ใช้อยู่ กันครับ หวังว่าเพื่อนๆชาว ไทร์บิด จะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้ววันหลังผม จอร์จ จะมาแนะนำเรื่องยางเพิ่มเติมให้ลงรายละเอียด อย่างแท้จริงนะครับ ขอบคุณมากๆครับ       

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

2

อ่านเพิ่มเติม : https://tiresbid.com/blog-detail/2631-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C

สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามทุกท่าน บทความนี้ จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ บทความรู้ครั้งนี้จัดทำขึ้นมาฉบับพิเศษ โดยรวบรวมลักษณะคะแนนเพื่อให้ง่ายต่อเพื่อนๆและลูกค้าทุกท่านกำลังตัดสินใจซื้อสินค้า บอกเลยว่าคัดสรรและทดสอบมาเฉพาะรุ่น Top หรือ ยางยอดนิยมเท่านั้น ทาง จอร์จ แบ่งออกมาเป็นทั้งหมด 6 ประเภท ส่วนจะนำยางรุ่นใดมาทดสอบบ้าง มาชมพร้อมกันเลยครับ

สุดท้ายนี้ จอร์จ หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับข้อมูลเป็นประโยชน์ช่วยในการเลือกซื้อเปลี่ยนยางใหม่ได้ดียิ่งขึ้นนะครับ หรือ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ ฟรี ! ติดต่อมาหา จอร์จ ได้ตลอด 24 ชม.เลยนะครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

3

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไทร์บิดจัดกันไปต่อเนื่องเลยครับ จอร์จวันนี่ได้เขียนบทความรถสำหรับสายลุยครับ โดยเฉพาะรถกระบะ และ รถ SUV ที่ต้องการยางเอนกประสงค์วิ่งทั้งบนหลังถนนและนอกถนนครับ ซึ่งยางกลุ่มนี่จะเรียกกันว่ายาง All-terrain หรือจอร์จจะเรียกว่ายางสารพัดประโยชน์ละกันครับ ง่ายๆกันเลยจอร์จมาจัดสัก 5 อันดับก็พอไม่ต้องเยอะมากเอาดีดีไปเลยครับให้เพื่อนๆใช้งานได้เต็มที่

              อันดับ 1 ผมให้เลยครับ ยาง All-terrain ที่ดีที่สุดที่เกิดมาบนโลกนี่ยาง BF Goodrich ครับ รุ่น KO2 แต่รุ่นนี่จะกึ่งไปในทางลุยๆมากกว่าหลังถนนนะครับ แต่ต้องถือว่าเป็นดอก All-terrain ที่ดีที่สุดและแพงที่สุดด้วยละครับหลังถนนอาจจะมีเสียงหอนเยอะหน่อยครับแต่นอกถนนออกตัวดีลุยแบบสะเทือนน้ำสะเทือนบกเลยครับ คุณภาพตามราคาเลยครับอันดับ 1 อยากให้ลองดูสักครั้งแล้วจะติดใจครับ

              อันดับ 2 ต่อเลยครับ ยาง Michelin LTX Force ต้องถือว่าเป็นยางน้องใหม่ของมิชลินก็ว่าได้นะครับแต่ ยี่ห้อ Michelin ไม่เคยผลิตอะไรออกมาแล้วให้เสียชื่อครับ แบบใช้งานแล้วยิ้มเลยครับหลังถนนก็นิ่มสบายไม่ควรที่จะมาเป็นดอก All-terrain ด้วยซ้ำ แต่ถ้านอกถนนก็ดุดันตะกรุยได้ดีจริงๆครับ จัดว่าคุ้มครับ

              อันดับต่อมาอันดับ 3 ผมชั่งใจอยู่สักพักครับ สุดท้ายอันดับ 3 ผมขอเลือกเป็นยาง Bridgestone Dueler697 ครับ ผมว่ารุ่นนี่ดีตรงแนวลุยๆมากกว่าแนวหลังถนนเพราะถ้าเทียบความนุ่มและเสียงที่เงียบนั่นผมว่าแพ้ยาง Michelin LTX Force ครับ แต่ในส่วนใช้งานนอกถนนแบบด้านลุย อันดับ 2 และ 3 นี่ไม่แพ้กันครับผม

              อันดับ 4 ต่อเนื่องกันมาครับ จัดไปครับสำหรับยาง Dunlop AT22 ครับ ถือว่าเป็นยางยอดนิยมราคาเบาสบายกระเป๋าแต่คุณภาพการใช้งานถือว่าสำหรับขาลุยงบน้อยก็ว่าได้ครับ ถามว่าทำไมเลือกมาอยู่อันดับ 4 เพราะเหตุผลที่ว่าการใช้งานโอเครไม่ได้ดีเหมือนอันดับข้างบนแต่ที่ติดในลิส 5 อันดับเพราะความคุ้มค่าเหมาะสมกับราคาครับจอร์จชอบตรงนี่และ
              อันดับสุดท้ายอันดับ 5 จัดไปครับการใช้งานทั่วๆไปครับ หลังถนนก็อาจจะมีเสียงดังบ้าง นอกถนนก็ถือว่าทำงานได้ไม่น่าเกลียดครับ สำหรับยาง MAXXIS AT700 ถือว่าสอบผ่านในการใช้งานและราคาก็ย่อมเยาว์ด้วย ใน 5 อันดับถึงแม่ว่า MAXXIS AT700 จะอยู่อันดับที่ 5 แต่จอร์จขอบอกว่าที่เลือกมา 5 อันดับใช้งานได้ดีหมดครับ

              ก็ครบทั้ง 5 อันดับสำหรับขาลุยแล้วนะครับ ก็ถือว่า 5 อันดับนี่ใช้งานได้ไม่ผิดหวังแน่ๆครับ จอร์จ ยืนยันคอนเฟริม์ครับ หากเพื่อนๆต้องการคำปรึกษาเรื่องยาง หรือต้องการหายาง หาร้านเปลี่ยนสอบถามจอร์จได้ผ่านทาง Line@ : @tiresbid หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

4

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่าน วันนี่ จอร์จ มาแนะนำกันต่อเนื่องครับสำหรับยางรถกระบะทั่วๆไปที่ไม่ใช่กลุ่มยกสูงนะครับ รถกระบะก็จะมีการใช้งาน 3 ประเภท นะครับคือไม่บรรทุกเลย บรรทุกตามมาตรฐาน(1-2 ตัน) และ บรรทุกเกินมาตรฐาน(มากกว่า 2 ตัน) ซึ่งกลุ่มรถที่บรรทุกของควรจะสังเกตุและเลือกยางจาก 2 สิ่งคือ หนึ่งตัวอักษรตัว “C” หลัง ตัวเลขไซส์ยางครับ ซึ่ง “C” นี่หมายถึง commercial ครับ คือใช้ทางธุรกิจหรือบรรทุกสินค้าตามมาตรฐาน กับอีกสิ่งที่เราต้องดูคือ Load index ครับ ว่ายางรับน้ำหนักได้เท่าไหร่และเหมาะสมกับการใช้งานของเพื่อนๆหรือเปล่า โดยจอร์จจะมาแนะนำแต่ละประเภทการใช้งานให้ครับ ว่าควรใช้ยางรุ่นไหนดี

          สำหรับกลุ่มแรก พี่ๆ เพื่อนๆ ที่จอร์จเป็นห่วงมากที่สุดคือ พี่ๆที่บรรทุกขนผักผลไม้ ที่ทำรถเสริมแหนบ เสริมคานมาเพื่อการบรรทุกน้ำหนักที่เรียกว่าสุดแสนอันตรายบาดใจ จอร์จ แนะนำให้ใช้ยางแค่รุ่นเดียวที่มีปัญหาน้อยที่สุดครับ จะเป็นยาง มิชลิน XCD2 ซึ่งรุ่นนี่เท่าที่สัมผัสมาจะอยู่ยงคงกระพัน มากที่สุดครับส่วนยี่ห้ออื่นอาจจะดีก็ได้นะครับแต่จอร์จไม่ขอแนะนำสำหรับกลุ่มนี่เพราะความเสี่ยงสูงที่สุดครับ

          รองลงมาสำหรับ รถที่บรรทุกมาตรฐาน จอร์จมีตัวเลือกให้เพื่อน แค่ไม่กี่ตัวครับ ก็คือ ยางมิชลิน XCD2 ครับรุ่นสุดถึกครับ น้ำหนัก 2 ตันนี่รับสบายๆไม่มีปัญหาแน่นอนครับ รองลงมาจะเป็น ยางมิชลิน Agilis รุ่นนี่ถือว่ายังใช้งานในระดับนี่ได้ครับยังไม่มีปัญหา ต่อมาจะเป็นยางของ Bridgestone ครับ จะเป็นรุ่น Duravis ทั้งตัว R611 R624 และ R669 ครับทั้งสามรุ่นนี่ว่าใช้งานระดับนี่ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ จะมีตัวเลือกแค่นี่นะครับที่จอร์จค่อนข้างมั่นใจว่าใช้แล้วไม่มีปัญหา

          สุดท้ายสำหรับ รถไม่บรรทุก จอร์จเชื่อว่าเพื่อนๆต้องการยางที่เน้นความนุ่มเงียบครับ จอร์จ ขอแนะนำโดยถ้าเป็นจอร์จ จอร์จ จะเลือกใช้ครับ อันดับแรกก็คือ ยางมิชลิน Agilis ตัวนี่เด่นจริงๆครับเรื่องนุ่มเงียบ อันดับต่อมาเป็นของ Bridgestone R611 ครับ ใช้งานได้อเนกประสงค์ครับบรรทุกย่อมๆก็ได้ถือว่าดีทีเดียวครับ ตัวที่สามเป็นน้องของ ยี่ห้อมิชลินครับ คือ ยี่ห้อBF Goodrich รุ่น Advantage SUV อันดับสี่ ผมให้ ยี่ห้อ Firestone รุ่น Destination LE-02 ครับ อันดับที่ห้าผมให้เป็น จะเป็น ยี่ห้อ MAXXIS รุ่น MA-579 ครับใช้งานทั่วไปไม่บรรทุกอะไรครับ ยี่ห้อ Apollo รุ่น Altrust ,ยี่ห้อ Dunlop รุ่น SPLT37 ก็ถือว่าผ่านทั้งหมดครับ

              ก็แยกกลุ่มชัดเจนนะครับสำหรับบทความนี่ อยากให้พี่ๆ เพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่านใช้ยางที่ได้สมรรถนะที่ดีที่สุด และ ปลอดภัยที่สุดครับ ขับขี่รถกระบะจะได้ปลอดภัยทุกท่านครับ รักและเป็นห่วงเสมอครับ จากจอร์จ ไทร์บิด หากเพื่อนๆต้องการสอบถามหรือต้องการคำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน ราคา ร้านที่จะเปลี่ยน สอบถาม จอร์จทาง Line@ : @tiresbid หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

5

สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกท่าน วันนี้ จอร์จ ขอเอาใจสายลุยไม่คุยให้เสียเวลา แนวออฟโรด หรือ แนวแอดเวนเจอร์กันหน่อย ทั้ง 2 รุ่นนี้ บอกเลยว่ายางระดับกลางถึงบน เกรดพรีเมียมน่าสนใจสุดๆ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี และ ความหนึบไม่เป็นสองรองใครเอาละครับ เราไปพบกันเลยระหว่าง Michelin LTX Force Vs Yokohama Geolandar AT G015 สำหรับรถโฟวิล หรือ รถกระบะยกสูง เมื่อได้ทดสอบติดตั้งเข้ารวมกันแล้วจะ ยอดเยี่ยมกันสักแค่ไหน ในครั้งนี้ จอร์จ ทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และ หัวข้อการทดสอบเดียวกันอีกเช่นเคยครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

           การยึดเกาะถนน จอร์จ ให้ LTX Force เบียดชนะไปก่อนครับ สำหรับการยึดเกาะถนนแบบแห้ง รองรับในการตะกรุยดินโคลนได้ค่อนข้างดี เกาะถนนได้มั่นคงมากกว่า สไตล์ยางดูดุดันแต่เรียบหรู แตกต่างจากกับทาง Geolandar AT G015 ดุดันแบบดิบโหด เน้นแก้มยางและดอกยางเหมาะกับการตะกรุยเน้นความแข็งแรงมากกว่า หากวัดกันจริงๆแถบไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเลยครับ ส่วนในถนนเปียกชื้น จอร์จขอยกให้ Geolandar AT G015 ครับ เพราะร่องระบายน้ำขนาดใหญ่ถึง 3 ร่อง และการออกแบบพิเศษมาจากโรงงานเน้นดอกยาง ทำให้การยึดเกาะบนถนนเปียกทำได้ดีกว่า ส่วนของทางมิชลินจะเน้นไปในทางยึดเกาะถนนดินหรือพื้นที่หลุมบ่อ แบบแห้งซะมากกว่าพื้นที่แอ่งน้ำ ดังนั้น จอร์จ เลยต้องยกให้ทาง โยโก ครับในส่วนนี้

           ระยะการเบรก คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการซับแรงกระแทกนั่นเอง แตกต่างจากหลังถนนสำหรับรถทั่วไปนะครับ เวลาต้องออกลุยในสภาพถนนไม่ดีนัก จอร์จ ของยกให้ทาง LTX Force ครับ ด้วยเทคโนโลยี CushionGuard Technology ทำให้ดูดซับแรงการสั่นสะเทือนได้ดีกว่า Geolandar AT G015 ดังนั้นเลยต้องยกให้ทาง มิชลิน ครับในจุดนี้ ทาง โยโก ไม่ด้อยจนห่างชั้นนะครับ เพราะด้วยโครสร้างยางแข็งแรง จอร์จ ไม่พบอาการฟรีทิ้ง หรือ อาการรถสั่นเอียง ในทางถุรกันดานแต่อย่างใด ดังนั้นหากจะบอกว่า สูสีกันมากๆ คงจะไม่แปลกเลยครับ เพียงแค่ โยโก ขาดแค่เทคโนโลยีสนับสนุนยางเท่านั้นครับ

            ความนุ่มเงียบ ส่วนนี้ จอร์จ ต้องยกให้มิชลินจริงๆครับ ยางมิชลินออกมาในปี 2017 นี้เองครับ แต่ทางโยโกผลิตยางออกมาในปี 2016 ห่างแค่ 1 ปี แต่มิชลินซุ่มผลิตเทคโนโลยีใหม่ ถือเป็นจุดขายสำคัญ โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Bevel tread blocks design ช่วยลดเสียงไม่ให้ส่งเข้าไปยังห้องโดยสาร รวมไปถึงการออกแบบเฉพาะของมิชลินในการตัดเหลี่ยมมุมเพื่อกระจายความถี่เสียง ในทางกลับกันทาง Geolandar AT G015 เคลมว่าเงียบขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 22 % เลยนะครับ ส่วนนี้เพื่อนๆต้องตัดสินใจกันดูครับ แต่จากประสบการณ์ของ จอร์จ เรื่องความนุ่มเงียบ ทางมิชลินเขาค่อนข้างเชี่ยวชาญเลยทีเดียว

           ความคุ้มค่า หาเทียบยางไซส์ 265/65R17 ทาง LTX Force มีราคาค่อนข้างสูงครับ เมื่อเทียบ Geolandar AT G015 แต่มิชลินรองรับขนาดไซส์ยางได้มากกว่านะครับ เริ่มตั้งแต่ 15 – 18 นิ้ว เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีจัดให้มาค่อนข้างคุ้มค่าเลยทีเดียว สำหรับการลงทุนในระยะยาวกับยางพรีเมียมแบบนี้ ส่วนทาง Geolandar AT G015 ราคาย่อมเยากว่าเกรดยางพรีเมียมเหมือนกัน ใกล้เคียงกันมาก แต่ทางเลือกอาจจะน้อยกว่าเพราะว่าผลิตออกมารองรับ ขนาด 16 – 17 นิ้ว ครับ ดังนั้น จอร์จ ขอฝากไว้ให้ตัดสินใจกันดูครับ

           สรุป จอร์จ แล้วยางระดับพรีเมียมทั้งคู่ ตัดสินใจค่อนข้างยากครับ เพราะว่าค่อนข้างสูสีกัน มิชลิน เด่นบางจุด แต่ โยโก ก็มีส่วนอื่นมาทดแทนเช่นกัน จอร์จ ให้เพื่อนๆตัดสินใจกันตามความถูกใจดีกว่าครับ  และ สุดท้ายนี้ก่อนจะจบกันไป จอร์จ ได้เจาะลึกข้อมูลการผลิตมาแบ่งปันกันอีกสักเล็กน้อยครับ เผื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเพิ่มขึ้นกับเพื่อนๆทุกคน ประเด็นน่าสนใจ จอร์จ อยากแนะนำ คือ ด้วยความยางประเภทนี้โครงสร้างการผลิตแข็งแรง และเน้นความทนทานมาเป็นพิเศษ ดังนั้นจุดสังเกตสำคัญคงจะเป็นเทคโนโลยีการผลิตมากกว่า ซึ่งทางมิชลินปรับสูตรเทคโนโลยีพิเศษรองรับจากแข่งขัน เวิลด์แรลลี่ระดับโลก (ผลิตตัวเลขสีดำ) ส่วนทาง Geolandar AT G015 พัฒนามาจากสนามแข่งประเภททางฝุ่น ดังนั้นเลือกใช้ตัวเลขยางสีขาวแทน

           หากเพื่อนๆยังตัดสินใจไม่ถูกอยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อมาได้เลย Line@ : @tiresbid จอร์จและทีมงานพร้อมให้คำแนะนำครับ เปลี่ยนยางถึงบ้าน หรือ สะดวกเปลี่ยนเองร้านยางใกล้บ้าน และอยากจะไปเปลี่ยนเอง จัดส่งยางออนไลน์ ก็มีพร้อมให้บริการทุกรูปแบบครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

6

สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี่กลับมาเอาใจชาวรถกระบะกันอย่าง ต่อเนื่องครับรีวิวยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Duravis R611 ครับ ต้องขอบอกเลยครับ จอร์จ ว่ารุ่นนี่ก็เป็นยางยอดนิยมกันมากในท้องถนนครับ เหมาะสำหรับรถกระบะใช้งานทั่วๆไปครับเรามาเริ่มรีวิวดีกว่าครับว่าที่ จอร์จ ลองใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

              เรื่องการยึดเกาะถนน ยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 4 ดาวครับจากที่ จอร์จ ได้ทดลองขับมานั่น สภาพถนนแห้งถือว่าดีเลยทีเดียวครับมีความแน่นยึดติดเกาะถนนแม้กระทั่งขับรถด้วยความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยทางโค้งถือว่าผ่านอยู่ครับแต่ทำได้ไม่ค่อยดีมากเพราะด้วยแก้มยางที่ค่อนข้างสูงทำให้มีการโยนตัวอยู่แต่วงเลี้ยวนั่นสามารถทำได้ดั่งใจคิดอยู่ครับ ส่วนบนถนนเปียกทางตรงถือว่ายังทำได้ไม่เต็ม 100% ครับอยู่ที่ประมาณ 90% ของพื้นถนนแห้งครับ แต่ถ้าขับช้าลงสักนิดก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ

              เรื่องระยะเบรค ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ ถือว่าทำได้ดีทีเดียวเลยครับทั้งพื้นถนนแห้งและเปียก แต่ระยะทางในการเบรคนั่นอาจจะมีหลุดจากที่คิดไปอีกสักหน่อยครับ ทำให้ต้องเผื่อระยะไว้ด้วยครับโดยเฉพาะรถกระบะที่บรรทุกของอาจจะต้องเผื่อเพิ่มมากขึ้นด้วยน้ำหนักที่มากกว่าปกติครับ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีไม่น่าเกลียดครับ

              ต่อมาความนุ่มเงียบ ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ ปกติยางสำหรับรถกระบะในส่วนความนุ่มเงียบจะด้อยแต่รุ่น Duravis R611 ถือว่าทำได้ดีครับ มีความนุ่มขณะขับขี่ และ เสียงหอนที่น้อยครับเกือบๆเทียบเท่ากับยางสำหรับรถยนต์นั่ง 4 ที่นั่งเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นส่วนที่ประทับใจของยางรุ่นนี่อีกอย่างหนึ่งเลยครับ

              ความคุ้มค่า ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 ยางไซส์ 215/65R16 สำหรับรถกระบะขับทั่วไป จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวเลยละครับ ถือว่าเป็นยางรถกระบะที่ราคาและคุณภาพโดยรวมถือว่าเหมาะสมกันครับ คุณภาพก็ดี ราคาก็ถือว่าไม่แรงมาก

              สรุปภาพรวม จอร์จ ขอให้ยางBridgestone รุ่น Duravis R611 อยู่ที่ 4 ดาว ครับ เหมาะสำหรับรถกระบะที่ใช้งานทั่วไปไม่ได้บรรทุกหนัก เน้นการใช้งานขับนุ่มสบายเสียงรบกวนน้อยครับ คุณภาพดีขนาดนี่ก็อยากให้เพื่อนๆลองใช้กันดูนะครับว่าจะดีขนาดไหนสามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน เว็บไซต์ของไทร์บิดออนไลน์ คิดถึงยางคิดถึงไทร์บิด ศูนย์รวมร้านยางในกรุงเทพและปริมณฑลครับ วันนี่มียางจัดส่งถึงต่างจังหวัดแล้วด้วยนะครับ วันนี่ขอบคุณเพื่อนๆมากนะครับที่อ่าจนจบ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

7

 สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามรวมถึงคุณลูกค้าไทร์บิดทุกท่าน กระผม จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ วันนี้พบกับช่วงรีวิวทดสอบยางรถยนต์ แต่ในครั้งนี้ Exclusive กว่าทุกๆครั้งเพราะว่าทางเราจะมารีวิวเปรียบเทียบ ประเภทยาง All-Terrain หรือ Off-Road ดอกยางแบบ AT ทดสอบพร้อมกันถึง 3 รุ่นดังนี้ รุ่นแรก Maxxis AT980 ชาวเน็ตพูดกันว่า น้องๆ BF Goodrich KO2 ในราคาถูกกว่ามาก รุ่นสอง Hankook Dynapro AT-M ฉายาขึ้นเขาลงห้วยดุดันทุกเส้นทาง รุ่นสาม Dunlop Grandtrek AT22 ยางอเนกประสงค์ไฮเวย์หรือทุรกันดาร บอกเลยว่าทั้ง 3 ค่ายผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำบอกเลยว่า ที่แรกที่เดียว มาทดสอบกันเลยครับ

การยึดเกาะถนน จากการทดสอบถนนแห้งตั้งแต่ในเมือง วิ่งทดสอบออกต่างจังหวัด ทาง Grandtrek AT22 ถือว่าตอบโจทย์ถนนเรียบมากที่สุด ในเรื่องการยึดเกาะครับ รองลงมา Dynapro AT-M ให้ความสมดุลรองลงมาทั้งถนนเรียบและขรุขระ แต่ส่วน Maxxis AT980 เน้นความคล่องตัวสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ อีก 2 รุ่นที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีจุดเด่นแตกต่างกันชัดเจน ส่วนถนนเปียกด้วยเส้นทางเข้าไปในพื้นที่ป่าเขา โอกาสดีได้ทดสอบแอ่งน้ำในบนพื้นที่ขรุขระ เพื่อวัดผลพบว่า Dynapro AT-M โดดเด่นที่สุดในด้านความมั่นคงกับผู้ขับขี่ครับ ส่วนทาง Grandtrek AT22 ซับแรงกระแทกสมบุกสมบันได้ค่อนข้างดี และทาง Maxxis AT980 ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ แต่การทรงตัวถือว่าพอถูๆไถไปได้ หากไม่ลุยจริงๆจังๆถือว่าเป็นตัวเลือกน่าสนใจใช้ได้เลยครับ

ระยะเบรก หลังจากผ่านจุดทดสอบในพื้นที่ป่าเขา กลับมาวิ่งบนเส้นทางถนนฝุ่นลูกรังกันครับ จากการทดสอบ AT980 ถือว่าโดดเด่นเมื่อใช้ความเร็วสูงครับ ลดการสั่นสะเทือนได้ดี หากเทียบกับ Dynapro AT-M เรียกได้ว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่ครับ ส่วนทาง Grandtrek AT22 ซับแรงได้ไม่น้อยหน้าเลย ขอสรุปได้ว่าสูสีกันมากครับในทางทุรกันดานแบบนี้เรียกได้ว่าสายลุยไม่มีผิดหวังทั้ง 3 รุ่น ครับ ขาดแค่เทคโนโลยีตัวชี้วัดเท่านั้น

ความนุ่มเงียบ ต้องยกให้ Grandtrek AT22 ครับ รองลงมา Dynapro AT-M และ AT980 ตามลำดับครับ ยางออกแบบมาให้เหมาะทั้งไฮเวย์และทุรกันดาร ไม่เน้นเส้นทางสมบุกสมบันมากนัก ให้เสียงรบกวนน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับ 2 รุ่นที่เหลือ แต่ต้องบอกว่าช่วยลดเสียงเข้าห้องโดยสารเท่านั้น ไม่ใช่คาดหวังจะเงียบกริบเหมือนยางรถยนต์ SUV หรือ ในยางติดรถรุ่น Top นะครับ อาจจะผิดหวังได้ (แจ้งไว้ก่อนมือใหม่กำลังตัดสินใจครับ)

ความคุ้มค่า Grandtrek AT22 กับ AT980 ถือว่าราคาพอๆกันเลยครับ ต่างกันแค่เล็กน้อยในบางไซส์เท่านั้น แต่ทาง Dynapro AT-M จะราคาโดดมากสูงกว่าเพื่อนสัก 200 – 300 ในแต่ละไซส์ครับ ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อนผู้อ่านแล้วครับ ว่าชอบการออกแบบลายดอกยางหรือยี่ห้อใด ความชอบส่วนบุคคลจริงๆ

สรุปภาพรวม Dunlop Grandtrek AT22 เหมาะที่สุดสำหรับผู้เน้นการขับขี่ในเมืองด้วย ออกต่างจังหวัดด้วยครับ ยังไงได้ฟิลลิ่งความนุ่มนวล นุ่มเงียบที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 รุ่น แต่หากเพื่อนสายลุยขึ้นเขาลงห้วย สมบุกสมบัน และ วิ่งผ่านถนนหินกรวดดินทราบบ่อยๆ จอร์จ ขอแนะนำ Hankook Dynapro AT-M เลยครับไม่ผิดหวัง
ส่วนราคาสูงกว่านี่ห้ออื่นเนื่องมาจากการออกแบบพิเศษทนทาน และ ป้องกันพื้นกรวดนั่นเองครับ และ สุดท้าย Maxxis AT980 บอกเลยว่าเหมาะผู้รักมองหายางติดรถราคาถูก และ ออกแบบเหมือนก๊อปเกรด A จากแบรนด์ ยางตัว TOP อย่าง BF Goodrich KO2 ครับ เพื่อนๆหลายคนบอกว่าเหมือนอย่างกับแกะเน้นใส่หล่อ ไม่บุกตะลุย ให้ความคล่องตัว เน้นขับขี่รวดเร็วถนนเรียบหรือตะลุยฝุ่นบ้าง ได้ไม่มีผิดหวังครับ ก่อนจะจากกันขอฝากไว้

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

8

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่าน จอร์จ ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ พร้อมมารีวิวทดสอบยางให้ข้อมูลดีๆในการตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่กันต่อเนื่องครับ ในวันนี้ต้องบอกเลยว่า ยางเหมาะกับทุกฤดูและยางสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับรถ รถออฟโรด, รถกระบะ, รถ4x4 เกริ่นมาขนาดนี้เพื่อนๆไม่เห็นภาพหน้าปกมาก่อนคงจะคิดว่ายางพรีเมียมแน่นอนๆ แต่ไม่ใช่เลยครับ กลับยางระดับกลาง ยี่ห้อฮันกุก คือ Hankook Dynapro AT-M (RF10) บอกเลยว่าหนึ่งในยางสัญชาติเกาหลีคุณภาพโดดเด่น และ ราคาน่าคบหาสุดๆ ยางไซส์ทดสอบ 265/65R17 สำหรับคุณภาพการใช้งานจริง จะโดนใจเพื่อนๆกันมากแค่ไหน มาติดตามอ่านบททดสอบกันได้เลยครับ

การยึดเกาะถนน โครงสร้างยางแบบพิเศษสะบัดหินร่องกลางและไหล่ยาง มักจะเห็นในสูตรยางพรีเมียม แต่เพื่อนๆสามารถหาได้ใน Hankook รุ่นนี้ เริ่มต้นกันที่ถนนแห้ง ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนเรียบถือว่าทำได้ดีเลยครับ จังหวะบุกตะลุยทางลูกรังกรวดทรายไม่รู้สึกถึงเสียการทรงตัวแต่อย่างใด

จุดเด่นเพื่อนๆสายลุยชื่นชอบแน่ๆ คือ การจดสิทธิบัตร ร่องเปลือกหอย ที่อยู่ระหว่างบล็อคหน้ายางจะเพิ่ม " รอยกัด " ให้แก่ขอบยางเพื่อเพิ่มสมรรถนะแรงลากในการวิ่งนอกเส้นทาง และ เสริมร่ององศาด้านข้างทำให้ส่วนถนนเปียกรีดน้ำได้ดีในระดับนึงเลยครับ เข้าใจง่ายเหมือนทำความสะอาดตัวยางเอง บอกเลยว่าน่าสนใจสุดๆ
แต่จากที่ทดสอบไม่ได้รู้สึกความหนึบนิ่งมากนัก ถ้าแอ่งน้ำตื้นๆหายห่วง จอร์จให้ไว้ที่ 3 ดาว ครับ

ความนุ่มเงียบ ในจุดนี้ถือว่าทั่วไปเลยครับ ยี่ห้อฮันกุกถือว่าโอเครแต่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนที่คาดหวังไว้ เสียงรบกวนต่ำ แต่ยังคงมีเข้ามาต่อเรื่อยๆครับ จอร์จ มองว่าสำคัญเพื่อนๆให้ความสนใจ จอร์จให้ไว้ที่ 2 ดาวครับ

ความคุ้มค่า ราคาทางเลือกสำหรับเพื่อนๆอยากได้ยางพรีเมียม แต่งบไม่ถึงแต่มองหายางระดับกลาง เกือบพรีเมียมในจุดนี้ถือว่าน่าสนใจ หากเพิ่มเงินอีกหน่อยทางเลือกหลากหลายกว่าครับ จอร์จให้ไว้ที่ 3 ดาวครับ

สรุปภาพรวม บริการตั้งแต่ขอบ 15 – 20 หากเพื่อนๆเน้นความตะลุยในเส้นทางทุรกันดาร มากกว่าจะวิ่งบนเส้นทางเรียบในเมือง และ ชื่นชอบยางป้องกันหินกรวด ดินทรายได้ดี ในราคาสมเหตุสมผล แนะนำเลยครับ Hankook Dynapro AT-M (RF10) ยางขึ้นเขาลงห้วย แบบดุดันใช้งานดีไม่ผิดหวัง จอร์จ ให้ไว้เลยที่ 3 ดาวครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

9

สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามชาวไทร์บิดทุกท่านครับ เป็นกำลังใจให้จอร์จและทีมงานง่ายๆ แชร์เป็นกำลังใจ หรือ บอกต่อคนใกล้ตัวมาอ่านด้วยนะครับ พบกับ จอร์จ ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ อีกครั้ง เกริ่นสักเล็กน้อยก่อนหน้านี้ จอร์จ ได้รีวิวเกือบจะครบทุกประเภทรถยนต์ ถ้าเพื่อนๆติดตามจอร์จมาอย่างต่อเนื่องคงจะทราบกันได้ทันทีในวันนี้ คือ ประเภทรถยนต์ 4x4 หรือ Off-Road นั่นเอง ยังไม่ได้รีวิวกันไป

     ที่มาของรีวิวยางแห่งความสมบุกสมบัน Dunlop Grandtreak AT3 ถูกพัฒนามาจาก AT2 จัดอยู่ในยางระดับกลาง และ เหมาะสำหรับ 4x4 เอนกประสงค์พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ครับ โดยมาใน Concept ออกแบบ DIGI TYRE4X4 โดยเทคโนโลยี DRS II ที่ใช้งานทั้งบน ไฮเวย์และทางทุรกันดาร เรามาเริ่มกันเลย

การยึดเกาะถนน ยางยอดนิยมหลากหลายรุ่นจากทาง Dunlop มักจะออกแบบให้รองรับสภาพถนนไฮเวย์เป็นหลัก แต่ในครั้งนี้ยางแบบ 4x4 จอร์จ ขอพาไปทดสอบกันในพื้นที่ต่างจังหวัด ออกแนวทุรกันดาร เพื่อให้เหมาะสมกับยาง AT3 ครับ บนถนนแห้งทางลูกรังปนฝุ่น ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การซับแรงกระแทกได้ดีเลยครับ เรื่องการเกาะถนน และ ทรงตัวไม่มีผิดหวัง เนื่องจากจอร์จไม่ได้เข้าในเส้นทางป่าเขาเหมือน Off-Road อย่างเต็มสูบ ได้โอกาสทดสอบเพียงถนนเปียก วิ่งลุยบนแอ่งน้ำ บอกเลยว่ามีใจหล่นไปตาตุ่มสักชั่วขณะกัน ตรงกับจังหวะกระแทกลงเกิดอาการส่ายที่ชัดเจน ต้องประครองสติอย่างมาก จอร์จให้ 3 ดาว

ระยะเบรก จากเส้นทางถนนลูกรัง เข้าสู่ถนนหลวงบนไฮเวย์กันบ้างครับ ด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าสภาพถนนผู้คนใช้ความเร็วสูง จอร์จ พยายามหาจังหวะทดสอบ การเบรก โดยมั่นใจไม่มีรถตามท้าย หรือ สัญจรมาประกอบข้าง (ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว ไม่แนะนำให้ทำตาม) บอกเลยว่า ระยะเบรกใช้ได้ ไม่ได้สั้นมากนักครับ แต่หากพูดถึงการส่ายแทบไม่มี โอเครแบบนี้ จอร์จ จัดให้ที่ 4 ดาว ครับ

ความนุ่มเงียบ จากถนนไฮเวย์มุ่งสู่อีกสนามทดสอบทางลาดชัน เป็นหลุมบ่อ กันอีกครั้ง ด้วยยางออฟโรดออกแบบมาเพื่อความสมบุกสมบันทุนเดิม จอร์จ รู้สึกได้ว่าการทรงตัว และ ความนุ่มนวล ทำได้โอเครครับ แต่ไม่ถึงกับดีมากนัก ส่วนเสียงมีการแทรกเข้ามาระยะๆครับ แต่ไม่กังวลเลย รู้สึกว่าขับสนุกครับ ดังนั้นประสิทธิภาพแบรนด์เคลมมาถือว่าจริงตามแจ้งเลย จอร์จให้ที่ 4 ดาวครับ

ความคุ้มค่า สำหรับยาง Dunlop Grandtreak AT3 225/70R15 เป็นอีกรุ่นคงมองหากันซื้อมาติดรถกันพอสมควรครับ แต่ของดีมักจะหาไม่ได้ง่ายๆมากนัก แต่ถ้าได้เจอของแล้วห้ามพลาดเลยครับ หากพูดถึงราคาอาจจะถูกกว่าตัวยอดฮิตอย่าง PT3 ด้วยซ้ำไป แต่คุณภาพใกล้เคียงเลยทีเดียว ดังนั้นจอร์จขอให้ที่ 3 ดาวครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนๆงบน้อย มองหายางคุณภาพระดับกลาง เหมาะกับ ออฟโรด หรือ 4x4  และ รถเอนกประสงค์ จอร์จ ขอแนะนำ Dunlop Grandtreak AT3 เลยครับ ทางเลือกน่าสนใจ การพัฒนาแก้ไขในข้อผิดพลาดสำหรับเพื่อนๆเคยใช้ AT2 ในรุ่นก่อนหน้าเป็นที่เรียบร้อย สูตรใหม่ดีกว่าเดิม จอร์จ ให้ 4 ดาวครับ

     หากสนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 080-589-4711 (คุณคิม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี ! (โปรโมชัน : เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น) สนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ ขอบคุณครับ

10

 สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี่ จอร์จ กลับมาเอาใจสายลุย off-road กันครับ มารีวิว ยาง Michelin LTX Force ครับเป็นยาง ใส่ได้ทั้งรถกระบะยกสูงและรถ SUV ครับ ยาง LTX Force เป็นยางประเภท All terrain สามารถใช้งานวิ่งได้ทั้งบนถนนหลวงทั่วไป และ นอกเส้นทางถนนหลวงพวกทางลูกรัง ไร่ พื้นดินครับ รีวิวนี่มาจากการใช้งานจริงไม่ได้อิงสรรพคุณของผู้ผลิตใดๆทั้งสิ้นครับ โดยจะแบ่งเป็นสองการรีวิวคือ การรีวิวบนถนนหลวง กับนอกถนนครับ ยางไซส์ 265/60R18 ทดสอบในครั้งนี้ครับ

              เรื่องการยึดเกาะถนนบนถนนหลวง ถือว่าทำได้ประทับใจในระดับดีทีเดียวครับ ด้วยประเภทยางที่เป็นไซส์ใหญ่ด้วยทำให้มีการทรงตัวบนถนนที่ค่อนข้างดีรถนิ่งไม่มีการส่ายแม้ความเร็วสูงๆครับ เวลาเบรคนิ่งครับไม่มีการส่ายอาจจะไม่หนึบเหมือนพวกยางรถเก๋งครับ
ส่วนทางโค้งอาจจะเป็นประเด็นเล็กน้อยครับเพราะเข้าโค้งได้ไม่หนึบมากมีการเข้าโค้งที่กว้างกว่าและบวกกับรถสูงทำให้มีการโยนตัวที่เยอะครับเวลาเข้าโค้งจึงต้องลดความเร็วลงมาอยู่ครับ ต่อมาส่วนทางนอกทางหลวงการยึดเกาะถนนทำได้ดีเลยครับรถไม่ลื่นไถล พร้อมยังมีแรงตะกรุยที่ค่อนข้างดีเจอแอ่งน้ำที่พื้นเป็นดินโคลนก็ออกตัวได้ไม่มีปัญหาครับระยะเบรก แต่ถือว่าไม่ผิดหวังเพราะระยะเบรคปกติเอาอยู่ดั่งใจคิดครับการหยุดเบรคอาจจะลื่นเล็กน้อยจากพื้นที่เป็นน้ำแต่ถือว่าเอาอยู่มากกว่ายี่ห้อเกรดกลางหรือล่างครับ ประทับใจครับจัดเลย 4 ดาวครับ

              เรื่องความนุ่มเงียบเป็นส่วนหนึ่งที่แปลกใจครับ ปกติยาง All terrain จะมีเสียงหอนที่ดังกว่ายางทั่วๆไปเพราะเนื่องจากลักษณะเป็นดอกก้อนเพื่อใช้ในการตะกรุย แต่แปลกครับ Michelin LTX Force รุ่นนี่ เสียงหอนเข้ามาตัวรถค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ all terrain ทั่วไปครับเป็นส่วนหนึ่งที่ประทับใจมาก ส่วนความนุ่มอันนี่ผมถือว่าปกติไม่ได้ดีมากแต่ไม่กระด้างเหมือนยางราคาถูกๆแน่นอน ให้เลยครับความนุ่มเงียบ 4 ดาวครับ

              ความคุ้มค่า เรื่องนี่ ถือว่าดีทีเดียวครับสำหรับยาง Michelin LTX Force ยางราคาสูงมาก แต่ คุณภาพดีกว่าราคาที่สูงครับ ถ้าใครมีงบประมาณและชอบแนวสายลุย ผมเชื่อว่าซื้อยางรุ่นนี่แล้วไม่ผิดหวังแน่ครับมีหวังติดใจใช้ต่อเพราะ จอร์จ เองก็ติดใจครับ ยกนิ้วโป้งให้ครับเอาไป 4 ดาวครับ

              สรุปภาพรวม จอร์จ ให้ไว้เลยที่ 4 ดาวครับ ก็ถือว่าได้ทดลองยาง Michelin LTX Force ถือเป็นยางที่ใช้สำหรับสายลุยจริงๆครับตัว จอร์จ เองก็ไม่ใช่สายลุยแต่ได้ลองมาขับแบบนี่รู้สึกสนุกและมันส์มากครับ เพื่อนสนใจเช็คราคาสามารถเช็คได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของเราครับ www.tiresbid.com ครับก็หากเพื่อนๆต้องการให้รีวิวยางตัวไหน หรือสอบถามเรื่องการใช้ยาสามารถแจ้งมาทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจ จอร์จ รอตอบเพื่อนๆอยู่ครับ วันนี่ขอบคุณมากครับที่อ่านมากจนจบ หวังว่าจะชอบครับ ขอบคุณมากครับ

11

สวัสดีครับ พบกันกับ จอร์จ ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ อีกเช่นเคยนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆติดตามและให้กำลังใจกระแสตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ ในวันนี้ จอร์จ ยางคุณภาพตัวหนึ่งอยากจะมาแนะนำให้รู้จัก เป็นรุ่นที่นิยมและแพร่หลายพอสมควรเลยครับ ราคาบอกก่อนเลยว่าถูกและดีมีอยู่จริง ที่มาของรีวิวครั้งนี้ครับ นั่นคือยี่ห้อ Maxxis AT-700 ครับ ประเภทยางรถยนต์ Light truck & 4x4 (รถกระบะ และ รถออฟโรด) บอกเลยว่าสายลุยทุกสภาพถนน และ บรรทุกหนัก 1 – 2 ตัน ถือว่ายางที่ใช่ ใช้แล้วชอบเลยละครับ

การยึดเกาะถนน จากการทดสอบบนถนนแห้ง จอร์จ รู้สึกได้ดีการขับเคลื่อนค่อนข้างดีครับ หนึบใช้ได้ด้วยหน้ายางออกแบบพิเศษ ทำให้ความคล่องตัวสูง ส่วนบนถนนเปียก ถือว่าทำได้ไม่ดีมากนักครับ อาจจะต้องระมัดระวังลดความเร็วมากว่าปกติ มีการลื่นไถลเล็กน้อยครับ ด้วยยางประเภทนี้ เหมาะกับบรรทุกและลุยถนนแห้งมากกว่าครับดังนั้นพอเข้าใจได้ จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ แต่จุดเด่นอีกอย่างของลายดอกนี้ถ้าเข้าในพื้นลูกรังหรือดินสามารถตะกรุยได้ดีพอสมควรเลยครับ ถ้าให้คะแนนการใช้งานนอกถนนอยู่ที่ 3.75 ดาวเลยครับ

 ระยะเบรก ด้วยโครงสร้างยางแบบเข็มขัดรัดหน้ายางไร้รอยต่อ 2 ชิ้น ทำให้หน้ายางมีความแข็งแกร่งในการทรงตัวและทำให้หน้ายางสัมผัสกับถนนได้เต็มหน้าครับ เมื่อใช้ความเร็วสูง เวลาหน้ายางสัมผัสกับถนน ทำให้ลดการสั่นสะเทือน ในจุดนี้เอง จอร์จ ถือว่าการเบรกทำได้ดีครับ แต่ไม่ได้ระยะเหยียบแล้วนิ่งดั่งใจขนาดนั้น หากขับด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลมเตรต่อชั่วโมง ถือว่าผ่านครับ จอร์จให้อยู่ที่ 3.5 ดาวครับ
          ความนุ่มเงียบ การออกแบบร่องดอกยางและโครงยางของ Maxxis ในข้อแรกเรื่องของความนุ่มนวลจากการใช้งานจริงไม่ค่อยตอบโจทย์แต่ถ้าพูดถึงความแข็งแรงกระด้างเชื่อว่าเพื่อนๆต้องชอบแน่นอนที่เป็นสายกึ่งๆลุยหน่อยครับ แต่หากพูดถึงความเงียบ จอร์จ บอกเลยว่าเสียงแทรกเข้ามาห้องโดยสารเรื่อยๆครับด้วยสภาพดอกยางที่เป็นแบบ All terrain ด้วยแต่ถือว่าพอรับได้ ดังนั้นต้องการความนุ่มเงียบ จอร์จ แนะนำใช้กับประเภท Crossover SUV ดีขึ้นครับ จอร์จให้อยู่ที่ 3.5 ดาวครับ

ความคุ้มค่า บอกเลยหากได้ยินชื่อแบรนด์ Maxxis แล้วเนี่ย การันตีได้เลยว่าได้ยางคุณภาพราคาถูกแน่นอนครับ เปลี่ยน 4 เส้น ทั้งที แค่หมื่นนิดๆเท่านั้น บอกเลยว่าคุ้มค่าจริงๆครับ ราคาตามคุณภาพนะครับในส่วนนี้
จอร์จให้อยู่ที่ 4 ดาวครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนใช้รถกระบะบรรทุกหนัก 1 – 2 ตัน หรือ เน้นลุยในสภาพถนนไม่ค่อยดี รวมไปถึง แนวออฟโรด ถือว่ายางรถยนต์คุณภาพดี ราคาไม่แพงนำมาใช้กันได้ครับ แต่หากเพื่อนๆมองระยะยาวเน้น
คุณภาพและเทคโนโลยีที่มีมาให้จากโรงงาน อาจจะต้องมาพิจารณากันใหม่ครับ จอร์จให้อยู่ที่ 3.5 ดาวครับ

          หากสนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 080-589-4711 (คุณคิม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ ก่อนจะจากกันไปมีโปรดีๆอีกเช่นเคย หากต้องการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี ! (โปรโมชัน : เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น) สนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ ขอบคุณครับ

12

สวัสดีครับ รีวิวยางมาแล้วครับ วันนี้ ยางสำหรับรถกระบะหรือรถตู้ใช้ได้เช่นกัน กับ ยางระดับพรีเมียมจากแดนหอไอเฟล Michelin รุ่น Agilis ครับ ซึ่งยางรุ่นนี่เหมาะสำหรับรถกระบะที่บรรทุกทั่วๆไปครับ แต่ถ้าในกลุ่มรถบรรทุกหนักๆ ตัน สองตัน รุ่นนี้ จอร์จ ไม่ขอแนะนำนะครับ เพราะโครงสร้าง อาจจะไม่เหมาะสมครับ เรามาเริ่มรีวิวกันดีกว่า

เรื่องของการยึดเกาะถนนของยาง Michelin รุ่น Agilis ของยางรถกระบะ นั่นต้องถือว่าทำงานได้ดีครับ ในการวิ่งบนถนนแห้ง ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรถือว่านิ่งสบายๆเลยครับ เพราะรถกระบะส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะถนนเป็นหลัก แต่พอใช้ยางรถกระบะ อะจิลิส ทำให้เวลาขับแล้วรู้สึกยางมีการทรงตัวที่ดีทำให้มั่นใจเพิ่มมากขึ้นครับ ส่วนถนนเปียก ถือว่าทำได้ดีครับแต่ จอร์จ ลดความเร็วด้วยเหตุผลรถกระบะมีช่วงล่างที่ไม่หนึบเหมือนรถยนต์เล็ก ซึ่งพอลดความเร็วลงมาถือว่าใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาเลยครับ การเข้าโค้งถือว่าทั่วๆไปครับถือว่าไม่ผิดหวังครับ ใช้งานได้ดีครับ ภาพรวมของการยึดเกาะถนน จอร์จ ให้ยางรถกระบะ อะจิลิส ที่ 4 ดาวครับ

 เรื่องการเบรกของยาง Michelin รุ่น Agilis บนถนนเปียกก็ถือว่าทำงาน ได้ดีครับ การเบรกทำงานได้ดั่งใจคิดครับ สูตรยางมิชลินเพิ่มหน้าสัมผัสให้หน้ายางกระจายแรงกด (Z-Pressure) อย่างสม่ำเสมอมากที่สุด ลดการสะสมตัวของความร้อนรู้สึกว่ามีระยะเบรกที่ค่อนข้างสั้นกว่าที่คิดครับ ส่วนบนถนนเปียก ตอนที่จอร์จ เหยียบเบรกไม่มีสั่นขณะเหยียบเลยครับถือว่าผ่านครับทั้งสองเงื่อนไข จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวครับ

 เรื่องความนุ่มนวลของยาง Michelin รุ่น Agilis ด้วยปกติรถกระบะช่วงล่างจะมีความกระด้างกว่าปกติอยู่แล้ว ดังนั้นก็คงต้องพึ่งยางที่ช่วยทำให้รู้สึกนิ่มนวลเพิ่มมากขึ้น โดย ยางรถกระบะ อะจิลิส ถือว่าทำงานได้ดีเลยทีเดียวครับ ความนุ่มถือว่าให้อยู่ที่ 4 ดาว เลยครับ เพราะ รู้สึกขับนุ่มสบายมากขึ้นในขณะขับขี่ ส่วนความเงียบนั่น จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาว ครับ เพราะถือว่าทั่วๆไปไม่ได้เงียบมากเท่าที่ควรครับ แต่ก็ถือว่ารับได้ครับ

              ความคุ้มค่าของยาง Michelin รุ่น Agilis นั่น จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวครับ ถือว่าเป็นยางรถกระบะที่ค่อนข้างสมรรถนะเพียบพร้อมและคุ้มค่ากับราคาครับ คุณสมบัติอายุการใช้งานยาวนานกว่ารุ่นก่อนถึง 30 % ช่วยประหยัดเงินไปได้มากเลยครับกับการใช้งานในระยะยาว

              ภาพรวมของ ยางกระบะ Michelin รุ่น Agilis จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวครับ ถือว่าเป็นยางที่คุ้มค่ากับการใช้งานเป็นอย่างดีใช้ได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองขับแล้วรู้สึกมั่นใจ และ สบายในการขับขี่ ครับ หากเพื่อนๆกำลังมองหายางรถกระบะใช้งานทั่วไป ยางกระบะ อะจิลิส เป็นตัวเลือกที่ดีครับ หากเพื่อนๆจะเปลี่ยนยางและไม่แน่ใจ ให้ จอร์จ ไทร์บิด ช่วยแนะนำยางรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ครับ หวังว่ารีวิวยางครั้งนี้จะช่วยให้เพื่อนๆตัดสินใจเลือกซื้อยางดีดีในครั้งต่อไปได้ครับ วันนี่ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบครับ  ติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 080-589-4711 (คุณคิม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี ! (โปรโมชัน : เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น) สนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ ขอบคุณครับ

13


เว็บไซต์ ไทร์บิดออนไลน์ (Tiresbid-Online) เว็บศูนย์รวมร้านยางที่ได้คุณภาพมาตรฐานในกรุงเทพและปริมณฑล
พร้อมบริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน
โปรโมชั่น ผ่อน 0% 3 เดือน (กรุงเทพ , SCB , ธนชาติ , กสิกร) ผ่อน 0% 4 เดือน (Citibank , KTC , UOB)
รู้ดเต็มวงเงิน ไม่ชาร์จเพิ่ม
สนใจติดต่อ Line@ : @tiresbid (มี@ ด้วยนะครับ)
หรือโทร : 090-986-8762 , 080-589-4711
เช็คราคายางราคาพิเศษ ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com (หมายเหตุ : ยางใหม่ทุกเส้น(ปี 2018)

เช็คโปรโมชั่นประจำเดือน ที่ลิ้งนี่ : https://tiresbid.com/promotion-list

รีวิวยาง Michelin , Bridgestone , Dunlop , Continental , Hankook , Maxxis , Apollo , Dunlop
ได้ที่ลิ้งนี้ : https://goo.gl/rsXzs9

บทความรู้เรื่องยางทั่วๆไปคลิ้กที่ลิ้งนี้ : https://goo.gl/KDhtne

ภาพลูกค้ารับบริการไทร์บิดศูนย์รวมร้านยางพร้อมบริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน คลิ้กได้ที่ลิ้งนี่ : https://goo.gl/rAju7x

ร้านค้าสมาชิกไทร์บิดที่ได้รับรองมาตรฐานคุณภาพคลิ้กที่ลิ้งนี้ : https://tiresbid.com/dealer-lists

เพจ Facebook Tiresbid : https://www.facebook.com/Tiresbidonline/
รีวิวการให้บริการ Tiresbid : https://www.facebook.com/pg/Tiresbidonline/reviews



โปรโมชั่นทุกเดือนสามารถเช็คโปรโมชั่นล่าสุดผ่านทาง Line@ : @tiresbid หรือ โทรสอบถาม 090-986-8762




 บริการของเรา (บริการเปลี่ยนยางที่ร้านสมาชิกไทร์บิด , บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน , บริการจัดส่งยางทั่วประเทศ)

1.)บริการที่ร้านสมาชิกไทร์บิดทั่ว กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล
a.เปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ เปลี่ยนจุ๊บลม ลมไนโตรเจน
b.บริการหลังการขายขึ้นอยู่กับแต่ละร้านสมาชิก
c.เงื่อนไขการผ่อน 0% ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านสมาชิกไทร์บิด

2.)บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน ให้บริการฟรีเมื่อซื้อยาง 4 เส้นผ่านไทร์บิดออนไลน์
a.เปลี่ยนยาง ถ่วงล้อ เปลี่ยนจุ๊บลม
b.ผ่อนสูงสุด 0% 4 เดือน เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละบัตรเครดิต

3.)บริการจัดส่ง เมื่อซื้อยาง 2 เส้นขึ้นไปบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ
a.บริการจัดส่ง สั่งซื้อยาง 2 เส้น รับส่วนลด 200 บาท
b.บริการจัดส่ง สั่งซื้อยาง 4 เส้น รับส่วนลด 400 บาท


การรับประกัน
1.)   รับประกันทุกกรณี 90 วัน (บาด บวม แตก)
2.)   รับประกันการผลิต 2 ปี (ใช้งานแล้วยางบวมโดยไม่มีสาเหตุจากการกระแทกหรือเติมลมเกินอัตรา ทางไทร์บิดจัดส่งเคลมที่บริษัทให้โดยตรง)

ขั้นตอนการสั่งซื้อ
1.)เช็คราคายางที่หน้าเว็บไซต์ www.tiresbid.com
2.)ตรวจสอบสต็อคสินค้าที่ทาง Line@ : @tiresbid (มี@ด้วยนะครับ) หรือโทร 090-986-8762
3.)เลือกการบริการที่ท่านต้องการ
a.บริการจัดส่ง
b.บริการเปลี่ยนยางที่ร้านสมาชิกไทร์บิด
c.บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน
4.)ชำระค่ายางตามเงื่อนไขบริการที่ท่านเลือก
a.บริการจัดส่ง (ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ชำระมัดจำ 1000 บาท ส่วนที่เหลือชำระหลังรับสินค้า, ต่างจังหวัดโอนเต็มจำนวนก่อนส่งสินค้า)
b.บริการเปลี่ยนยางที่ร้านสมาชิกไทร์บิดชำระมัดจำ 1000 บาท (เฉพาะในกรณีที่สินค้าไม่มีสต็อค)
c.   บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน ชำระมัดจำ 1000 บาท ชำระส่วนที่เหลือหลังรับบริการเปลี่ยนยางถึงบ้านเรียบร้อย
5.)แจ้งรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ รุ่นรถ ทะเบียนรถ วันเวลาที่ต้องการรับบริการ แชร์โลเครชั่นสถานที่ และ รอรับใบนัดหมายเข้ารับบริการ พร้อมถ่ายรูปยางปัจจุบันเพื่อยืนยันไซส์ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความผิดพลาด
(กรณีบริการจัดส่ง แจ้งเพียง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และ แชร์โลเคชั่นเท่านั่น)









ราคายาง Michelin มิชลิน
185/65R14 Michelin XM2 ราคาเส้นละ 2,850 บาท   
185/60R15 Michelin XM2 ราคาเส้นละ 2,950 บาท
185/55R15 Michelin XM2 ราคาเส้นละ 3,000 บาท
185/65R15 Michelin XM2 ราคาเส้นละ 2,850 บาท
195/55R15 Michelin Pilot sport 3 ราคาเส้นละ 3,300 บาท
195/60R15 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 2,950 บาท
195/65R15 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 2,950 บาท
205/55R16 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 4,450 บาท
215/60R16 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 4,590 บาท
215/55R16 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 3,990 บาท
215/60R17 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 5,590 บาท
205/45R17 Michelin Pilot sport 4 ราคาเส้นละ 3,950 บาท
215/45R17 Michelin Pilot sport 4 ราคาเส้นละ 4,000 บาท
215/45R17 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 4,950 บาท
215/50R17 Michelin Pilot sport 4 ราคาเส้นละ 4,600 บาท
215/50R17 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 4,550 บาท
215/55R17 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 4,890 บาท
225/50R17 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 5,550 บาท
215/45R18 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 6,300 บาท
235/40R18 Michelin Pilot sport 4 ราคาเส้นละ 5,700 บาท
235/45R18 Michelin Pilot sport 4 ราคาเส้นละ 6,050 บาท
225/45R18 Michelin Primacy 4 ราคาเส้นละ 6,750 บาท
195R14 Michelin Agilis ราคาเส้นละ 2,650 บาท
205/70R15 Michelin Agilis ราคาเส้นละ 3,000 บาท
215/70R15 Michelin Agilis ราคาเส้นละ 3,000 บาท
215/65R16 Michelin Agilis ราคาเส้นละ 3,300 บาท
215/75R14 Michelin XCD2 ราคาเส้นละ 3,600 บาท
225/75R14 Michelin XCD2 ราคาเส้นละ 3,750 บาท
225/75R15 Michelin XCD2 ราคาเส้นละ 4,250 บาท
265/65R17 Michelin Cross terrain ราคาเส้นละ 4,750 บาท
225/65R17 Michelin Primacy SUV ราคาเส้นละ 5,650 บาท
245/70R16 Michelin Primacy SUV ราคาเส้นละ 4,650 บาท
265/70R16 Michelin Primacy SUV ราคาเส้นละ 4,650 บาท
265/65R17 Michelin Primacy SUV ราคาเส้นละ 5,700 บาท
265/60R18 Michelin Latitude tour HP ราคาเส้นละ 5,450 บาท
245/70R16 Michelin LTX Force ราคาเส้นละ 4,750 บาท
265/70R16 Michelin LTX Force ราคาเส้นละ 4,750 บาท
265/65R17 Michelin LTX Force ราคาเส้นละ 5,850 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ราคายาง Bridgestone (บริดสโตน)
195R14 Bridgestone LEO 677 ราคาเส้นละ 2,450 บาท
205/70R15 Bridgestone Duravis R611 ราคาเส้นละ 2,900 บาท
215/70R15 Bridgestone Duravis R611 ราคาเส้นละ 2,900 บาท
245/70R16 Bridgestone Dueler 840 (D840) ราคาเส้นละ 4,650 บาท
265/70R16 Bridgestone Dueler 840 (D840) ราคาเส้นละ 4,875 บาท
265/65R17 Bridgestone Dueler 684 (D684) ราคาเส้นละ 4,750 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ราคายาง Dunlop (ดันลอป)   
185/65R14 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 1,800 บาท
185/60R15 Dunlop R1 ราคาเส้นละ 1,750 บาท
185/60R15 Dunlop SP2030 ราคาเส้นละ 1,900 บาท
185/60R15 Dunlop EC300 ราคาเส้นละ 1,900 บาท
185/55R15 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,050 บาท
195/60R15 Dunlop R1 ราคาเส้นละ 1,800 บาท
195/65R15 Dunlop R1 ราคาเส้นละ 1,800 บาท
195/55R15 Dunlop R1 ราคาเส้นละ 1,850 บาท
195/50R15 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 1,900 บาท
195/55R15 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 1,900 บาท
195/60R15 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 1,950 บาท
195/65R15 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,000 บาท
195/65R15 Dunlop EC300 ราคาเส้นละ 2,050 บาท
185/55R16 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,500 บาท
195/55R16 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,600 บาท
205/55R16 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,650 บาท
205/55R16 Dunlop EC300+ ราคาเส้นละ 2,800 บาท
215/60R16 Dunlop EC300+ ราคาเส้นละ 2,900 บาท
205/45R17 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,700 บาท
215/45R17 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 2,850 บาท
215/50R17 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 3,150 บาท
215/55R17 Dunlop LM704 ราคาเส้นละ 3,150 บาท
215/55R17 Dunlop EC300+ ราคาเส้นละ 3,200 บาท
225/65R17 Dunlop PT3 ราคาเส้นละ 4,300 บาท
245/70R16 Dunlop PT3 ราคาเส้นละ 3,600 บาท
265/70R16 Dunlop PT3 ราคาเส้นละ 3,750 บาท
265/65R17 Dunlop PT3 ราคาเส้นละ 4,350 บาท
245/70R16 Dunlop AT3 ราคาเส้นละ 3,100 บาท
265/70R16 Dunlop AT3 ราคาเส้นละ 3,300 บาท
265/65R17 Dunlop AT3 ราคาเส้นละ 3,900 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ราคายาง MAXXIS
185/65R14 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 1,525 บาท
185/60R15 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 1,750 บาท
195/55R15 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 1,850 บาท
195/60R15 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 1,600 บาท
195/65R15 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 1,625 บาท
205/55R16 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 2,000 บาท
215/60R16 Maxxis MAP3 ราคาเส้นละ 2,350 บาท
215/45R17 Maxxis Ipro ราคาเส้นละ 2,150 บาท
215/55R17 Maxxis Ipro ราคาเส้นละ 2,300 บาท
225/50R17 Maxxis Ipro ราคาเส้นละ 2,350 บาท
205/70R15 Maxxis MA-579 ราคาเส้นละ 2,225 บาท
215/70R15 Maxxis MA-579 ราคาเส้นละ 2,250 บาท
195R14 Maxxis MA-579 ราคาเส้นละ 2,100 บาท
225/65R17 Maxxis S-Pro ราคาเส้นละ 3,075 บาท
245/70R16 Maxxis AT-700 ราคาเส้นละ 2,900 บาท
265/70R16 Maxxis AT-700 ราคาเส้นละ 3,000 บาท
265/65R17 Maxxis AT-700 ราคาเส้นละ 3,400 บาท
265/60R18 Maxxis S-Pro ราคาเส้นละ 3,700 บาท
265/50R20 Maxxis AT-700 ราคาเส้นละ 3,950 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ราคายาง Apollo
185/65R14 Apollo Amazer3Gmaxx ราคาเส้นละ 1,575 บาท
185/60R15 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 1,850 บาท
195/50R15 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 1,875 บาท
195/55R15 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 1,675 บาท
195/60R15 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 1,800 บาท
195/65R15 Apollo Amazer3G MAXX ราคาเส้นละ 1,500 บาท
205/55R16 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 2,075 บาท
215/60R16 Apollo Alnac 4G ราคาเส้นละ 2,150 บาท
215/45R17 Apollo Aspire 4G ราคาเส้นละ 2,350 บาท
215/55R17 Apollo Aspire 4G ราคาเส้นละ 2,500 บาท
225/50R17 Apollo Aspire 4G ราคาเส้นละ 2,750 บาท
205/70R15 Apollo Altrust ราคาเส้นละ 2,175 บาท
215/70R15 Apollo Altrust ราคาเส้นละ 2,300 บาท
195R14 Apollo Altrust ราคาเส้นละ 2,175 บาท
245/70R16 Apollo Apterra HT2 ราคาเส้นละ 3,075 บาท
265/70R16 Apollo Apterra HT2 ราคาเส้นละ 3,975 บาท
265/65R17 Apollo Apterra HT2 ราคาเส้นละ 3,350 บาท
265/60R18 Apollo Apterra HT2 ราคาเส้นละ 3,950 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ราคายาง Continental
205/55R16 Continental UC6 ราคาเส้นละ 3,400 บาท
215/45R17 Continental UC6 ราคาเส้นละ 3,300 บาท
215/45R17 Continental MC6 ราคาเส้นละ 3,300 บาท
215/50R17 Continental UC6 ราคาเส้นละ 3,700 บาท
215/55R17 Continental MC6 ราคาเส้นละ 3,750 บาท
225/50R17 Continental UC6 ราคาเส้นละ 4,000 บาท
245/45R17 Continental MC6 ราคาเส้นละ 4,350 บาท
225/45R17 Continental uc6 ราคาเส้นละ 3,850 บาท
225/45R17 Continental MC6 ราคาเส้นละ 4,000 บาท
245/40R17 Continental MC6 ราคาเส้นละ 4,350 บาท
225/40R18 Continental MC6 ราคาเส้นละ 4,350 บาท
235/50R18 Continental MC6 ราคาเส้นละ 4,950 บาท
ไซส์อื่นสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ : www.tiresbid.com

ภาพความประทับใจลูกค้าที่ใช้บริการไทร์บิดออนไลน์

บริการเข้าเปลี่ยนยางที่ร้านสมาชิกไทร์บิดออนไลน์










บริการจัดส่ง สั่งซื้อยาง 2 เส้นขึ้นไปจัดส่งฟรีทั่วประเทศ





บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน สั่งซื้อยาง 4 เส้นขึ้นไป บริการเปลี่ยนฟรีถึงบ้าน



















หน้า: [1]