ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Mitsubishi
เปิดกลุ่มไว้เป็นช่องทางสำรองให้แล้ว อย่าลืมแอ๊ดเข้ากลุ่มกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/MitsubishiTritonClub/

ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - New Triton 2014

หน้า: [1] 2 3 ... 9
1
มีข่าวดีมาบอก!!

ทิพยประกันภัย ร่วมกับ คาร์คลับไทยแลนด์ มอบสิทธิ์เบี้ยประกันภัยในราคาพิเศษให้กับสมาชิก Triton Club เพียงคลิกลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ที่ https://landingpage.tipinsure.com/Mitsubishi-Triton

รับส่วนลดพิเศษยิ่งกว่า!! เมื่อลงทะเบียนถึงจำนวนที่กำหนด
กดไลค์ กดแชร์ ชวนเพื่อนมาร่วมลงทะเบียนกันเยอะๆได้เลยครับ

#ทิพยประกันภัย
#CarClubThailand
#TritonClub

7
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk</a>

8
ทดสอบยาง Michelin Primacy SUV อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ของดีที่ต้องลอง

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk</a>



     เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน CAR CLUB THAILAND ได้รับเชิญจากทางมิชลินประเทศไทย ให้ไปร่วมทดสอบยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Michelin Primacy SUV ร่วมกับคณะทดสอบ จากเว็บบล็อกสายยานยนต์ และเว็บคาร์คลับต่างๆ กันไกลถึง แรนโชชาญวี เขาใหญ่ ซึ่งมีทั้งการทดสอบบนเส้นทางถนนจริง กึ่งออฟโรด ทดสอบบนถนนเปียก ถนนแห้ง ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบ ได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีและประสิทธิ์ภาพของยางกันได้อย่างเต็มที่ ส่วนการทดสอบจะมีอะไรบ้าง ลองไปติดตามอ่านกันได้เลยครับ




สถานีที่ 1 ทดสอบแบบการใช้งานจริง เส้นทาง แรนโชชาญวี - เขายายเที่ยง
     กลุ่มของเราได้ถูกเลือกให้ทดสอบการขับขี่บนถนนจริงในกิจกรรมแรลลี่ช่วงเช้า โดยหลังจากฟังบรรยายแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งหมายเลขรถที่จะใช้ทำการทดสอบ ซึ่งขาขึ้นเราได้รับเลือกให้ขับรถ Lexus NX300h สีแดงสด พอตรวจเช็คความพร้อมต่างๆเรียบร้อยก็เริ่มออกเดินทางจากแรนโชชาญวี เข้าสู่ถนนมิตรภาพ ขับเป็นขบวนตามๆกัน



   

ในย่านความเร็วต่ำ-ปานกลาง กับถนนหลวง ที่ Michelin Primacy SUV โฆษณาไว้ว่าเป็น "ขนม" นั้นก็ขนมสมดังคำโฆษณา กล่าวคือเสียงของหน้ายางที่บดกับพื้นสะท้อนเข้ามาในตัวรถน้อยมาก แต่ยังพอรับรู้ได้ถึงเสียงกระด้างเล็กน้อย เพราะรถที่เราขับเป็นรถ Hybrid เสียงเครื่องยนต์กลไกต่างๆจึงเงียบและเบามากๆ ทำให้พอจะรับรู้เสียงต่างๆบนพื้นมากกว่ารถทั่วไป ช่วงขับผ่านรอยต่อของคอนกรีตนั้นเก็บเสียงได้เนียน ไม่มีอาการสะท้อนขึ้นมาถึงพวงมาลัยหรือเบาะที่นั่งแต่ย่างใด มีเพียงเสียง "กรึบ" ที่ผ่านเข้าหูอย่างแผ่วเบา พอหมดช่วงถนนคอนกรีต เราได้พาเจ้า NX300h เข้าสู่ถนนที่เริ่มโหดขึ้น ลักษณะถนนเป็นแบบ Trail หรือที่เรียกว่า "เคยเป็นคอนกรีตมาก่อน" นั่นเอง แต่เป็นคอนกรีตที่แตกยับและเป็นทางที่เริ่มจะลาดชันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงถนนแบบ "ออฟโรด" ที่เป็นดินผสมลูกรังล้วนๆ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี EvenPeak , Fleximax 2.0 , StabiliGrip ของมิชลินนั้นช่วยให้หน้ายางสัมผัสผิวถนนตลอดเวลาและยังคงรักษารูปทรง ของดอกยางไว้ตลอดทำให้การขับขี่นั้นยังคงผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องของการควบคุมพวงมาลัย เลี้ยวเท่าไหร่ไปเท่านั้น การลดความเร็ว หรือแม้แต่การเบรกแบบจอดสนิทนั้นแม่นยำ ไม่ต่างจากพื้นเรียบปกติ ไม่มีอาการ  slip หรือ ลื่นไถลให้เห็น



   

ขากลับเราได้ทำการสับเปลี่ยนรถมาเป็น all new Fortuner 2015 อาการของของหน้ายางที่รับรู้ได้ด้วยพวงมาลัยและเบาะที่ช่วงก้นที่นั่งทับอยู่ก็คงเป็นไปในทางเดียวกันคือ เงียบ และ ควบคุมสั่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนมิตรภาพขากลับซึ่งเป็นถนนคอนกรีตลาดยาง ที่ช่วงความเร็ว 100-120 กม./ชม  เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดีเซลล์ 2.4 ลิตรนั้นพูดได้เลยว่ากลบเสียงยางซะมิดชิดราวกับว่าไม่มีล้อเลยทีเดียว !!





สถานีที่ 2 Wet Safety Station
     ช่วงบ่าย กลุ่มของเราได้ มาลุยกันต่อที่สนามเปียก หรือ Wet Safety Station การทดสอบทางมิชลินได้เตรียมรถเหมือนๆกันไว้ 2 คัน เป็นรถ CR-V Gen4 คันหนึ่งใส่ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันจะใส่ยางคู่แข่งชั้นนำ



   

   

โดยสิ่งที่จะทำการทดสอบหลักๆในสนามเปียกแห่งนี้มี 2 อย่างคือ ระยะเบรก และ ความเร็วสูงสุดก่อนจะหลุดโค้ง รถทั้ง 2 คันติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคล้ำสมัยสำหรับไว้บันทึกค่าต่างๆ ซึ่งวัดได้ทั้ง ระยะเบรก และ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในแกนนอน ความเร็วของรถ หลังฟังบรรยายจบ จนท.จะเรียกไปทดสอบรถ รอบแรกจะมี instructor ขับให้ดูก่อนหนึ่งรอบพร้อมแนะนำการขับในสถานี วิธีการทดสอบก็ไม่มีอะไรมาก จุดแรกวัดระยะเบรก โดยให้เรากดคันเร่งให้รถมีความเร็ว ประมาณ 85กม./ชม ยกคันเร่งออก รอให้ถึงจุดที่มีน้ำขังซึ่งจะมีแนวลวดสลิงขึงไว้ที่พื้น 1 เส้นให้เราได้ยินเสียง "ตึก ตึก" 2 ที หลังจากตึกที่ 2 นั้นแปลว่าล้อทั้ง 4 เข้ามาอยู่ในโซนเปียกน้ำแล้ว ให้ทำการ "กระทืบ" เบรกให้สุดในจังหวะเดียวจนรถหยุดนิ่งแล้วดูตัวเลข ส่วนจุดที่ 2 นั้นให้ขับรอบวงเวียนไปบนพื้นที่เปียกน้ำ ค่อยกดคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุดที่รถเกิดอาการควบคุมไม่ได้ จึงยกคันเร่งออกเครื่องมือจะแสดงค่า 2 ตัว คือ ความเร็วสูงสุดกับแรงหนีศูนย์กลางที่สูงที่สุดก่อนที่จะยกค้นเร่ง ทำการทดสอบ 2 รอบ (Michelin Primacy SUV 1 รอบ และ ยางคู่แข่ง 1 รอบ) นำค่าที่วัดได้มาเปรียบเทียบกัน ผลการทดสอบ สรุปตัวเลขการทดสอบได้ดังตาราง



การเบรกกะทันหันบนพื้นเปียก ถึงแม้ยางทั้ง 2 ตัวที่ทดสอบจะสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่ยาง Michelin Primacy SUV นอกจากจะทำระยะได้สั้นกว่าประมาณ 3 เมตรแล้ว ยังไม่มีอาการสไลด์ออกข้างให้เห็น ต่างจากยางคู่แข่งซึ่งจะมีการสไลด์ออกข้างนิดๆก่อนรถจะหยุดนิ่ง ส่วนการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนพื้นเปียก รอบแรกเราได้ทดสอบรถคันที่ใส่ยางคู่แข่งพบว่าความเร็วเพียง 30กม./ชม ปลายๆนั้น รถเริ่มมีอาการหลุดโค้ง หรือ Understeering คือหน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้าและแถออกด้านนอกจนต้องยกคันเร่ง พอสลับมาทดสอบรถคันที่ใช้ยาง Michelin Primacy SUV นั้นกลับสามารถทำความเร็วได้ถึง 40กม./ชม กลางๆ รถถึงจะมีอาการท้ายออก หรือ Oversteering ซึ่งจุดนี้ผู้ทดสอบพอจะสรุปได้อย่างชัดเจนว่า Michelin Primacy SUV นั้นมีความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนเปียกสูงกว่าคู่แข่งพอสมควร ระยะเบรกที่สั้นกว่า 3 เมตรนั้นเรียกได้ว่าห่างถึงเกือบช่วง 1 คันรถ และอาการที่เกิดกับการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนถนนเปียก นอกจาก Michelin Primacy SUV จะรองรับความเร็วได้สูงกว่าแล้วในชีวิตจริงหากรถเกิดอาการมุดโค้ง หรือ Oversteering ขณะขับขี่นั้นยังสามารถควบคุมรถและแก้อาการได้ง่ายกว่าอาการแหกโค้ง หรือ Understeering


สถานีที่ 3 Dry Safety / Comfort Station
     มาถึงสนามทดสอบสุดท้ายแล้วจากชื่อสถานีแปลตรงๆ ก็คือสถานีทดสอบความปลอดภัยบนถนนแห้ง/ทดสอบความนุ่มเงียบ ซึ่งมันเกือบจะไม่แห้งและเกือบจะได้สนามเปียกเพิ่มอีกสนาม เนื่องจากฝนตั้งเค้ามามืดและมีฝนเริ่มลงที่ปลายรันเวย์และบนภูเขาไกลๆ เห็นอย่างนี้แล้ว Instructor ประจำสถานีไม่รอช้า บรีฟอย่างสั้นที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบสนามแห้งที่มันยังแห้งอยู่ ในสถานีนี้แยกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน comfort สำหรับฟังเสียง และจับฟิลลิ่งของฟีดแบคจากพื้นถนนคอนกรีตลาดยาง และเสียงของรอยต่อถนน ไม่มีการจับค่าวัดตัวเลขใดๆ (อารมณ์ล้วนๆ) เริ่มต้นด้วยการขับเจ้า Subaru Forester ไปตามแทรค กดคันเร่งให้สุดจนได้ความเร็วที่ต้องการ Instructor จะสั่งให้ยกคันเร่ง เข้าเกียร์ N และปิดแอร์ ให้รถเงียบที่สุดเพื่อให้ผู้ทดสอบ จับเสียงและฟีดแบคต่างๆของพื้นถนนที่สะเทือนมาถึงช่วงก้นและมือเป็นระยะเวลา ประมาณ 3-4 วินาที ก่อนจะยูเทิร์นกลับมาที่อีกข้างของแทรค ทำเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือสลิงที่ขึงยึดไว้ที่พื้น 5 เส้น จำลองร่องรอยต่อคอนกรีตบนถนน แล้วกลับมาเปลี่ยนรถ ส่วนอีกฟากหนึ่ง เป็นส่วนของการทดสอบ Dry Safety เรากลับมาเจอ CR-V Gen4 อีกครั้ง



   

การทดสอบคราวนี้ยากและโหดกว่าเดิม เริ่มจากขับ slalom ที่ความเร็ว 55 กม./ชม หักหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน และเลี้ยวเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยการวัดระยะเบรกบนถนนแห้ง (ใช้เครื่องจับเหมือนสนามเปียก) ทั้ง 2 สนามย่อยใช้รถ 2 คัน คันหนึ่งใช้ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันใช้ยางคู่แข่งเจ้าเดิม

ผลการทดสอบ
ในส่วนของสนาม comfort คงจะไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะแล้วถึงเทคโนโลยีของทางมิชลินที่ช่วยเรื่องการเก็บเสียงของพื้นถนนว่าทำได้ดีขนาดไหน ที่จะเสริมขึ้นมาคือการใช้รถ Subaru Forester 2 คันเปรียบเทียบยาง 2 ยี่ห้อนั้นยิ่งทำให้ผู้ทดสอบเห็นชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วเรื่องความนุ่มเงียบก็ยังไม่มีเจ้าไหนในตลาดเอาชนะมิชลินในเรื่องนี้ได้เลยจริงๆ !!
 
ถัดมาในสนาม Dry Safety ตั้งแต่ Slalom 5ครั้งติดต่อ และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน จบด้วยการสาดเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ยางทั้ง 2 ยี่ห้อนั้นพาผู้ขับขี่ออกมาจากสถานะการณ์คับขันได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือ ความแม่นยำของพวงมาลัย Michelin Primacy SUV นั้นจิกเข้าโค้งได้คมและแม่นยำกว่า โดยไม่มีอาการเหวอ หรือหักไปแล้วต้องคอยแต่งเพิ่มแต่อย่างใด รวมไปถึงระยะเบรกที่สั้นกว่า 1เมตรเศษๆ ตามที่แสดงในตาราง


บทสรุป
     "สมราคาคุย" ใช้คำนี้คงจะไม่เกินไป สำหรับ Michelin Primacy SUV เทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากสุดยอดยางรถยนต์นั่งอย่าง Michelin Primacy 3ST คงไว้ซึ่งความนุ่มเงียบซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิชลิน แต่เพิ่มเติมประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับรถขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องแรงขึ้นอย่างรถ SUV ได้อย่างเหมาะสมและลงตัว เพราะได้ผสมผสานเทคโนโลยี EvenPeak , FlexiMax 2.0 , StabiliGrip และ CushionGuard ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งบนถนนแห้งและเปียก ลดเสียงรบกวน และช่วยเพิ่มอายุการใช้งานดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ถึงแม้เรื่อง "อายุการใช้งาน" ผู้ทดสอบจะไม่สามารถทดสอบและสรุปให้เห็นได้ภายในการทดสอบเพียงวันเดียวก็ตาม ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้องคอยตามดูกันต่อไปสำหรับยางใหม่ล่าสุดจากมิชลินตัวนี้

งานนี้ Michelin จัด event ได้ประทับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทั้งบรรยากาศที่พัก อาหาร ไทม์ไลน์ของกิจกรรม รวมไปถึงสถานีทดสอบที่เรียกได้ว่าเค้นประสิทธิภาพของยางกันออกมาให้เห็นกันแบบสุดๆ เปรียบเทียบกับคู่แข่งแบบหมัดต่อหมัด ซึ่งยางคู่แข่งที่ทางมิชลินเตรียมมาให้ทดสอบนั้น ไม่ใช่ยางจีนหรือยางโนเนมราคาถูก แต่กลับเป็นยางระดับ "ไฮ-เอนด์" ตัวท๊อปๆจากคู่แข่งชั้นนำในตลาดอีกด้วย

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน Car Club Thailand ต้องขอขอบคุณทางมิชลินตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรมครั้งนี้ทุกๆท่าน และหากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


Pongpat Leudechanat
ผู้ทดสอบ / ผู้เขียนบทความ

Tanavin  Ngamloedwari
Thitiphan Chuenchom
ผู้ทดสอบ


   

   

   

   

10
     ทางคลับได้รับการติดต่อจาก บริษัท มิตซูบิชิ ประเทศไทย จำกัด ในเรื่องของการมีกิจกรรมดีๆที่จะนำมาประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกคลับได้รับทราบ  ในส่วนของโครงการ "Be My Friend" หรือ โครงการ แนะนำคนรู้จักของสมาชิกมาซื้อรถมิตซูบิชิ โดยผู้แนะนำจะได้สิทธิ์ต่างๆตามรายละเอียดด้านล่างดังนี้

รายละเอียดโครงการ

Be My Friend คืออะไร : โปรแกรมพิเศษ ที่สมาชิกคลับซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ มีโอกาสในการแนะนำเพื่อน คนรู้จัก หรือญาติๆ ในการซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ หรือตนเองจะซื้อรถยนต์มิตซูบิชิอีกคันก็ได้ หากรายชื่อที่ท่านได้แนะนำไปนั้นได้ทำการซื้อรถและส่งมอบรถแล้ว ผู้แนะนำจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทต่อคัน

เงื่อนไข : ผู้แนะนำจะต้องเป็นสมาชิกของ Triton Club และเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นใดก้ได้

วิธีการแนะนำ : ให้กรอกรายชื่อที่ต้องการแนะนำลงในแบบฟอร์ม BE MY FRIEND (ตามรูปด้านล่าง) และส่งมาที่ E-mail : sureeporn.yingyuthchaichan@th.mitsubishi-motors.com
* กรุณาระบุชื่อดีลเลอร์ที่ท่านต้องการแนะนำ หรือ พื้นที่ใกล้เคียงของผู้ต้องการซื้อรถ เพื่อสะดวกในการเยี่ยมชมโชว์รูม
 
ระยะเวลาที่สามารถแนะนำเพื่อนในแบบฟอร์ม BE MY FRIEND : ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2558 - 30 มิ.ย. 2558

ระยะเวลาการส่งมอบรถหลังจากส่งแบบฟอร์ม : ได้ตั้งแต่วันที่แนะนำ จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2558

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ คุณสุรีย์พร  ยิ่งยุทธชัยชาญ เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  โทร 02-529-9572




ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม >>> http://upload.siamza.com/1931352

12
มาแล้วนะ All New Mitsubishi Triton MagaCab SuperFrame 14 ก.พ.นี้ ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ รายละเอียดตามภาพ น้าๆท่านใดสนใจลองแวะไปดูไปชมกันได้ ใครทดลองแล้วเป็นอย่างไร เข้ามาแชร์กันครับ

 :emo_102:

ราคารุ่น Mega Cab Plus
– 2.4 GLS ดีเซล Mivec Navi  Auto  ราคา  818,000.-
– 2.4 GLS ดีเซล Mivec Navi           ราคา  774,000.-
– 2.4 GLS ดีเซล Mivec                  ราคา  733,000.-
– 2.4 GLX ดีเซล Mivec                  ราคา  699,000.-
– 2.4 GLS เบนซิน                         ราคา  686,000.-
ราคารุ่น Mega Cab
– 2.5 GLS ดีเซล                           ราคา  659,000.-
– 2.5 GLX ดีเซล                           ราคา  629,000.-
– 2.4 GLX เบนซิน                         ราคา  592,000.-
– 2.5 GL ดีเซล                             ราคา  583,000.-
ราคารุ่น Single Cab
– 2.5 GL ดีเซล VG 4WD                 ราคา  612,000.-
– 2.5 GL ดีเซล                              ราคา  512,000.-
– 2.4 GL เบนซิน                            ราคา  475,000.-





13
เจ้าของภาพไม่ได้บอกมาอ่ะครับ  O:-)

14
All new triton ตัดขาครับ  :emo_108:

Cr.Thawatchai สมาชิกในกลุ่ม

15
เนื่องด้วยที่ผ่านมา มีกระทู้สแปมเข้ามาโพสกระทู้ในคลับเป็นจำนวนมาก โดยจะทำการสมัครสมาชิกเข้ามาใหม่ เพื่อทำการโพสกระทู้สแปมขายของ-เว็บการพนัน-อื่นๆ โดยเฉพาะ ทั้งด้วยการโพสมือ และการใช้โปรแกรมบอทช่วยโพสให้อัตโนมัติ รวมถึงสมาชิกกลุ่มร้านค้า-เซลล์ ที่ไม่เข้าไปอ่านกฏระเบียบ และวิธีการใช้งานห้องซื้อขาย โพสผิดห้อง โพสเยอะ โพสซ้ำ ทำตัวเป็นร้านค้าสแปมเสียเอง

เพื่อลดปัญหาดังกล่าว ทางคลับจึงได้เปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่ ดังนี้
- ต้องเป็นกลุ่มสมาชิกป้ายแดง หรือสูงกว่า ซึ่งมีค่าโพสกระทู้-คอมเม้นต์ 3 กระทู้ขึ้นไป จึงจะสามารถโพสตั้งกระทู้ใหม่ได้
- สมาชิกใหม่ จะไม่สามารถตั้งกระทู้ได้ แต่จะสามารถโพสตอบกระทู้ของผู้อื่นได้อย่างเดียวเท่านั้น จนกว่าจะมีค่าโพสครบ 3 กระทู้ขึ้นไป ตามรายละเอียดข้างต้น


ตัวอย่างวิธีดูค่าโพสกระทู้ และกลุ่มสมาชิกของตัวเอง



เมื่อมีค่าโพสครบ 3 โพสขึ้นไป ให้เข้าไปในหมวดหมู่ที่ต้องการตั้งกระทู้ จะมองเห็นปุ่ม เริ่มหัวข้อใหม่




แนะนำวิธีการเพิ่มค่าโพสกระทู้

   แนะนำให้เข้าไปอ่านกระทู้ต่างๆของคลับ แล้วทำการโพสคอมเม้นต์ตอบเอาไว้ ก็จะได้ค่าโพสเพิ่มขึ้นมาแล้วครับ (ยกเว้นกระทู้ในกลุ่มห้องซื้อขาย ซึ่งไม่มีการนับจำนวนค่าโพส) ยิ่งมีค่าโพสมาก ก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและได้สิทธิ์การใช้งานที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างกระทู้ที่แนะนำให้อ่าน และโพสตอบ

1. กฏระเบียบการใช้งาน Triton Club เบื้องต้น ที่สมาชิกทุกๆท่านต้องทราบ
http://www.triton-club.com/index.php/topic,3.0.html

2. กฏระเบียบการลงประกาศซื้อขายสินค้า-บริการ ในห้องซื้อขายทุกๆห้อง
http://www.triton-club.com/index.php/topic,4.0.html

3. แนะนำวิธีเปลี่ยนรูปประจำตัวสมาชิก (รูปโปรไฟล์)
http://www.triton-club.com/index.php/topic,16.html


เพียงแค่เข้าไปอ่าน แล้วทำการโพสตอบให้ครบ 3 โพสขึ้นไป ก็จะสามารถตั้งกระทู้ใหม่เองได้แล้วครับ ทั้งนี้ จะมีการแจ้งเปลี่ยนและปรับปรุงกฏกติกาของคลับให้ทราบใหม่ในโอกาสต่อไป และต้องขออภัยเพื่อนๆสมาชิกที่ได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยครับ


จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
Admin
24 ธันวาคม 2557

หน้า: [1] 2 3 ... 9